Daily Focus: Earnings and Selective Play

2024 SET Target : 1470

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลงต่อเนื่องและรุนแรงกว่าที่เราคาด ดัชนีปิดลบ 11.38 จุด สู่ระดับ 1,370.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น 7.4 หมื่นลบ. จากผลของ MSCI Rebalance หุ้นขนาดใหญ่เผชิญแรงขายกระจายตัวและปรับตัวลงเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้น อิเล็กทรอนิกส์ ปีโตรเคมีและประกันที่บวกสวนตลาด สถาบันในประเทศซท่อสุทธิในตลาดหุ้นเร่งอีก 668 ลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิหนาแน่น 4.3 พันลบ. (และยัง Short Index Futures ต่อเนื่องแต่บางลงเหลือ 9.4 พันสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index มีโอกาสรีบาวด์ได้ระยะสั้นหลังจากปรับตัวลง 4 วันทำการรวมกว่า 2% และหลุดแนวรับหลักบริเวณ 1,378-1,380 จุด แต่สัญญาณทางเทคนิคในภาพรายชั่วโมงเข้าเขต Oversold ทำให้ระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัวสลับ ด้านตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ม.ค. สหรัฐฯออกมาใกล้เคียงคาด โดย Core PCE +0.4% m-m, +2.8% y-y ทำให้ตลาดไม่ได้ตอบรับเป็นลบและประเมินว่าการลดดอกเบี้ยของ FED จะเกิดขึ้นในการประชุมเดือน มิ.ย. และมองปรับลดราว 3-4 ครั้งในปีนี้ สอดคล้องกับ Dot Plot เดือน ธ.ค. ส่วนปัจจัยในประเทศภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนม.ค. จากธปท.ระบุทยอยฟื้นตัวอย่าช้า ส่วนกำไรบจ. 4Q23 โดยรวมหากตัดรายการพิเศษสำคัญออกจะต่ำกว่าคาดราว 14% และทำให้ประมาณการ EPS ปี 2024 ของเราขยับลงราว 3-4% และส่งผลให้เราปรับลด SET Target ลงเหลือ 1,470 จุดจากเดิมที่ 1,520 จุด โดยเชื่อว่าจะเห็นการทยอยปรับเป้าดัชนีของตลาดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรามองว่าทั้งเศรษฐกิจไทยและกำไรบจ.ได้ Bottom แล้วในปี 2023 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวใน 2024 ทำให้เรายังมองดัชนีที่ระดับ 1,350-1,360+- จุด ยังน่าสนใจในการทยอยสะสมระยะกลาง-ยาว ส่วนระยะสั้นยังเน้นเลือกลงทุนเป็นรายตัวที่มีปัจจัยบวกและแนวโน้มกำไร ปีนี้แข็งแกร่ง

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 4Q23 และแนวโน้มสดใสต่อเนื่องในปี 2024 รวมถึงเทรด PER/PBV ต่ำเทียบกับ Pre-Covid

หุ้นเด่นเดือน มี.ค.: BDMS, HMPRO, KCG, SHR, TACC

FSSIA Portfolio: AOT, BCH, CPALL, CPN, GPSC, MINT, NSL, SJWD, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : TACC

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท
  • กำไรสุทธิ 4Q23 ออกมาที่ 59 ลบ. +13% q-q, +33% y-y หากตัดรายการด้อยค่าเงินลงทุนออกกำไรปกติอยู่ที่ 70 ลบ. +35% q-q, +45% y-y ดีกว่าคาด 15% และทำ New High จากค่าใช้จ่าย ที่น้อยกว่าคาด
  • จบปี 2023 มีกำไรปกติ 217 ลบ. -6% Y-y เราคาดกำไรปี 2024 กลับมา +16% y-y เป็น 240 ลบ.
    หลังไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากบ.ร่วมอีก Valuation ถูกเทรด PER เพียง 12 เท่า และคาดให้ Dividend เฉลี่ยปีละ 7%
  • แนวรับ 4.60 บาท แนวต้าน 4.80-4.86//5 บาท

Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนในภูมิภาคผสมผสาน สุทธิแล้วไหลเข้าบางๆ US$18 ล้าน โดยไหลเข้ากระจุกที่เกาหลีใต้ US$184 ล้าน แต่ไหลออกจากอาเซียนเป็นส่วนใหญ่นำโดยไทย US$121 ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนคาดว่าจะค่อนไปในทางไหลเข้าแต่ปริมาณคาดไม่หนาแน่นมากหลังเงินเฟ้อ PCE เดือน ม.ค. ของสหรัฐฯออกมาใกล้เคียงคาด

ประเด็นสำคัญวันนี้

(0) กลยุทธ์ลงทุนเดือน มี.ค. เราเชื่อว่า FED น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด ขณะที่ GDP ไทยที่อ่อนแอกว่าคาดเกิดขึ้นส่วนมากจากภาครัฐ แต่คาดเร่งตัวขึ้นในปี 2024 คาดกนง.ตรึงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1H24 ก่อนมีโอกาสลดในช่วง 2H24 กำไร 4Q23 ที่ต่ำกว่าคาดทำให้เราปรับลดประมาณการ EPS ปี 2024 และเป้า SET ลงเป็น 1,470 จุด หุ้นนเด่นของเราประกอบด้วย AOT BCH CPALL CPN GPSC MINT NSL SJWD และ TIDLOR

(+) CPN กำไรปกติ 4Q23 ที่ 4 พันลบ. -5% q-q จากค่าใช้จ่ายที่สูงตามฤดูกาล แต่ +35% y-y ตามคาด จบปี 2023 มีกำไรปกติ 1.48 หมื่นลบ. +36% y-y จากทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ CPN จะยังคงการเติบโตของรายได้ในปี 2024-27 ราว 14-16% CAGR หนุนจากการเติบโตของธุรกิจโรงแรม และ residential คงราคาเป้าหมาย 82 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

(-) TTA กำไรสุทธิ 4Q23 ที่ 24 ลบ. หากไม่รวมกำไรจาก FX 669 ลบ. และกำไรจากการขาย Bitcoin 149 ลบ. จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 137 ลบ. จากค่าระวางเรือที่ปรับลง และค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้นและขาดทุนจากการลงทุน จบปี 2023 ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 744 ลบ. -83% y-y เราเชื่อว่าค่าระวางเรือได้ผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว คงราคาเป้าหมาย 8 บาท แนะนำ “ซื้อ”

(0) CRC กำไรปกติ 4Q23 ที่ 2.9 พันลบ. +20% q-q, +14% y-y ดีกว่าเราและตลาดคาด 10-12% แต่หลักๆ มาจากรายการ tax benefit จาก Italy และเวียดนาม รายได้รวมปรับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ SSSG รวมติดลบ 2% และ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว ขณะที่รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 17% y-y แนวโน้ม SSSG 1Q24 ฟื้นตัวกลับเป็นบวก 1-2% QTD โดย SSSG ในไทยทรงตัว ขณะที่ใน Italy และเวียดนาม เพิ่มขึ้น 7-8% คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 48 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

(0) CK กำไรสุทธิ 4Q23 ที่ 156 ลบ. -76% q-q, +39% y-y ตามเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาดมากการเติบโต y-y หนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้างและการเติบโตของบริษัทร่วม ส่วนการลดลง q-q เพราะไม่มีเงินปันผลรับจาก TTW รวมถึงงบ BEM, CKP ชะลอลงตามปัจจัยฤดูกาล รายได้ก่อสร้างทรงตัว q-q แต่ก้าวกระโดดจากความคืบหน้าของโครงการใหญ่ จบปี 2023 มีกำไรสุทธิ +36% y-y ส่วนปี 2024 เรายังคงประมาณการกำไรที่ 1.8 พันลบ. +22% y-y หนุนจากทั้งการเร่งขึ้นของรายได้ก่อสร้างตามการทยอยรับรู้ Backlog ระดับสูง 1.3 แสนลบ. คงราคาเป้าหมาย 26 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

(-) BEYOND 4Q23 พลิกเป็นขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 5 ลบ. ผิดจากที่เราคาดว่าจะมีกำไรปกติ 15 ลบ. ทั้งหมดเกิดจากมีค่าใช้จ่ายภาษีกว่า 15 ลบ. สูงกว่าที่เราคาด อีกทั้งอัตรากำไรขั้นตันปรับลงมากกว่าคาดเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจ F&B สูงขึ้น เราคาด 1Q24 จะฟื้นตัวอย่างแข็งแรงจาก High Season ของท่องเที่ยว คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 22 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

(+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 47.37 จุด หรือ +0.12% ปิดที่ 38,996.39 จุด หลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อจากดัชนี PCE สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์และความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟด ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกที่ระดับสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI

(+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนและการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่เป็นไปตามความคาดหมาย ขณะที่ตลาดหุ้นเยอรมนีแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังการเปิดเผย ข้อมูลขั้นตันบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อชะลอตัวลง

(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก สอดคล้องกับตลาดสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตามองรายงานตัวเลขภาคการผลิตของจีน เพื่อประเมินทิศทางของตลาด

(+) ค่าเงินบาทแข็งค่า อยู่ที่บริเวณ 35.9 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ -0.24%

(-) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.36% ปิดที่ 78.26 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ในขณะที่เช้านี้ปรับขึ้นอยู่ที่ระดับ 78.45 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.24%

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 12.00 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 2,054.70ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังสหรัฐเปิดเผย ดัชนี PCE ที่สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากเดือนธ.ค. ในขณะที่เช้านี้ปรับลงที่ระดับ 2,051.70 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือ -0.15%

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 822.91/ -0.31%

- Advertisement -