สัปดาหนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนวันศุกร์ปิดบวก 0.3% และดัชนีทั้ง 3 ปรับตัวขึ้นอีกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยหนุนยังมาจากความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหนุนการปรับลดดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.3% นักลงทุนกังวลว่าดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูงจะกดดันการบริโภคน้ำมัน

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนวันศุกร์ปิดบวก 0.3% และดัชนีทั้ง 3 ปรับตัวขึ้นอีกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยหนุนยังมาจากความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหนุนการปรับลดดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.3% นักลงทุนกังวลว่าดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูงจะกดดันการบริโภคน้ำมัน

Market Outlook

วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่าลดลงมาอยู่ที่ระดับ 67.4 จากก่อนหน้าที่ 77.2 และแย่กว่า Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 76.3 และดัชนีความเชื่อมั่นต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยถ้อยแถลงระบุว่าผู้บริโภคกังวลกับเงินเฟ้อ พร้อมกับมองว่าสถานการณ์จ้างงานและดอกเบี้ยดูไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้า โดยความคาดหวังเงินเฟ้อถูกปรับขึ้นมาเป็น 3.5% จากเดือนก่อนหน้าที่ 3.2% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2, 10 ปี ปรับขึ้น อย่างไรก็ตามมองเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้นและไม่น่าจะมีแรงกดดันอย่างมีนัยยะต่อตลาดหุ้น เพราะว่าความเห็นจาก CME FED Watch ยังประเมินว่า FED จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนด้วยโอกาส 49% (ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากช่วงก่อนหน้า)

ส่วนสัปดาห์นี้รอติดตามปัจจัยสำคัญอันได้แก่เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันพุธช่วงเวลา 19.30 ตามเวลาประเทศไทย Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 3.4%YoY , 0.4%MoM หากรายงานต่ำกว่าคาดการณ์จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้น และวันอังคารติดตามดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 0.3%MoM หากรายงานแล้วแย่กว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยบวกเช่นกัน ในขณะที่จีนรายงานเงินเฟ้อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมาพบว่าขยายตัว 0.3%YoY ดีกว่า Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 0.2% มองเป็นปัจจัยบวกเพราะแต่ละสำนักข่าวของต่างประเทศลงความเห็นตรงกันว่าสะท้อนอุปสงค์ที่ดีขึ้นของจีน มองเป็นบวกกับกลุ่ม China Play อาทิ (PTTGC SCC SCGP) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT)

ส่วนปัจจัยในประเทศ ติดตามช่วงสุดท้ายของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ข้อมูลล่าสุดบริษัทจดทะเบียนใน SET INDEX รายงานออกมาแล้ว 256 บริษัท หรือคิดเป็น 63% Market Capitalization ของ SET Index มีกำไรสุทธิรวมกันที่ 1.8 แสนล้านบาท (-6%YoY , +60%QoQ) สาเหตุที่กำไรขยายตัวสูง QoQ เป็นเพราะ TRUE, TU มีรายการพิเศษในช่วง 4Q23 หากไม่รวมรายการข้างต้นพบว่ากำไรขยายตัว 16%QoQ เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะทยอยสะสมเช่นเดิมเพราะระดับ Valuation ที่น่าสนใจ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยกำลังจะค่อยๆฟื้นตัวจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รวมไปถึงปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แนะนำกลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL DOHOME) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) ศูนย์การค้า (CPN) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) เครื่องดื่ม (CBG TACC) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 79.00 บาท)

รายงานกำไรสุทธิ 6.3 พันล้านบาท หลังตัดรายการพิเศษจะมีกำไรปกติงวด 1Q24 ที่ 6.0 พันล้านบาท (+60%YoY, +7%QoQ) ดีกว่าที่เราและ BB consensus คาด 27% การเติบโต YoY หนุนจากยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่เติบโต 4.9% YoY จากยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานที่เติบโตดี รวมกับการเติบโตของกำไรของ CPAXT จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Makro +3.4% และ Lotus’s +7.1%) ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2024 จะเติบโต YoY ต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของจำนวน นักท่องเที่ยวจีน

CBG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)

รายงานกำไรสุทธิ 628 ล้านบาท (+138%YoY, -3%QoQ) ดีกว่าที่เราและ BB consensus 7% กำไร 1Q24 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรปี 2024 การเติบโต YoY หนุนจากรายได้ที่เติบโต 20%YOY จากยอดขายใน CLMV ที่ฟื้นตัว 14%YoY อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 210 bps YoY และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่ลดลง YoY

- Advertisement -