“อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา” มั่นใจศักยภาพ SINGER-SGC สู่รอบการเติบโตใหม่ ชูโมเดล Locked Phone หนุนเทิร์นอะราวด์ ย้ำชัดดีลซื้อหุ้น RABBIT เป็นไปตามแผน 20 บาท/หุ้น ใน 3 ปี
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMARTเปิดเผยถึงทิศทางและมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และบริษัทย่อย บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมชี้แจงกระแสข่าวกรณีการถือครองหุ้นของ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ว่าเป็นไปตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้ตกลงกันไว้ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นผ่านการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในตลาด
นายนราธิปและกลุ่มผู้บริหารระบุว่า SGC ในฐานะบริษัทลูกได้ดำเนินโครงการสินเชื่อโทรศัพท์มือถือ “SG Finance+” ภายใต้แคมเปญ Locked Phone ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา และสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลให้ SINGER มีโอกาสพลิกฟื้น (Turnaround) สู่ความมั่นคงที่มากกว่าในอดีต
นอกจากนี้ ยอดขายในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นราว 30% จากความต้องการเครื่องปรับอากาศในช่วงหน้าร้อน ประกอบกับการนำเข้าสินค้ากลุ่มจักรยานไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในช่วงไตรมาส 2 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการบริหารจัดการสต็อกสินค้าและการลดปริมาณสินค้ามือสองให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อเป็นการแสดงความเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัท เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ได้เข้าซื้อหุ้น SINGER เพิ่มเติมในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 100,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 8.10 บาท เป็นมูลค่า 0.81 ล้านบาท ส่งผลให้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,746,894 หุ้น ซึ่งเป็นการซื้อหุ้นคืนนอกเหนือจากดีลที่ตกลงไว้กับกลุ่ม RABBIT
สำหรับประเด็นข่าวที่ระบุว่า บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่ม BTS Group มีโอกาสรับรู้กำไรจากการขายหุ้น SINGER นั้น นายอดิศักดิ์ชี้แจงว่าเป็นไปตามแผนที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 RABBIT ได้อนุมัติการขายหุ้น SINGER ที่ถืออยู่ทั้งหมดประมาณ 195.1 ล้านหุ้น ในราคา 20 บาทต่อหุ้น
โดยตามเงื่อนไขของสัญญา นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา จะมีสิทธิซื้อหรือให้สิทธิกับบุคคลอื่นในการซื้อหุ้น SINGER ทั้งหมดประมาณ 195.1 ล้านหุ้นดังกล่าวจาก RABBIT ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2570 คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3,903 ล้านบาท การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นของผู้บริหารสูงสุดต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของ SINGER









