เซ็นทรัล รีเทล ปักธงค้าปลีกค้าส่งยั่งยืน จับมือกรุงศรี อัด Green Loan 2,000 ล้านบาท สร้างห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานสะอาด เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Retail and Wholesale for All” องค์กรที่พร้อมเติบโตไปกับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเซ็นทรัล รีเทล ได้เริ่มต้นเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero มาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Bond เป็นครั้งแรกในธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งของไทย มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบัน และเพื่อต่อยอดความสำเร็จจาก Green Bond เซ็นทรัล รีเทล ได้จับมือกับธนาคารกรุงศรีฯ จัดหาเงินทุนเพิ่มเติมผ่านสินเชื่อสีเขียวหรือ Green Loan มูลค่า 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมศักยภาพองค์กรสู่การเป็นค้าปลีก-ค้าส่งสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เซ็นทรัล รีเทล มุ่งหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา Climate Change ที่เป็นความท้าทายสำคัญในโลกปัจจุบัน โดยเราได้ยกระดับเรื่อง Green Finance มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยการจัดหาสินเชื่อสีเขียว มูลค่า 2,000 ล้านบาท ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอด้านความยั่งยืนที่ต่อยอดจากความสำเร็จของการออก Green Bond เพื่อใช้ในการขยายโครงการด้านพลังงานสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอน โดยโฟกัสที่การเพิ่มจำนวนสถานที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขยายการใช้รถบรรทุกและจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Transportation) ในศูนย์กระจายสินค้าและการจัดส่งสินค้าทั้งแบบระยะทางสั้นและยาว รวมถึงโครงการตู้เย็นประหยัดพลังงาน และโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ ซึ่งคาดว่าโครงการเหล่านี้จะมีส่วนช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 324,552 ตันต่อปี และตอกย้ำบทบาทของเซ็นทรัล รีเทล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่มุ่งเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

ทั้งนี้ตลอดเส้นทางสู่ Net Zero ที่ผ่านมา เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดทำโครงการต่างๆ ภายใต้กลยุทธ์ ReNEW มาอย่างต่อเนื่อง และครบทุกมิติในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567)

  • การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาศูนย์การค้า อาคาร และคลังสินค้ากว่า 160 แห่งในไทยและเวียดนาม ซึ่งช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 86,612 ตันต่อปี
  • การใช้รถบรรทุกและจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวม 76 คัน ในศูนย์กระจายสินค้าและการจัดส่งสินค้า ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลกว่า 661,806 ลิตรต่อปี และลดคาร์บอนอีก 1,740 เมตริกตันต่อปี 
  • โครงการตู้เย็นประหยัดพลังงานในท็อปส์ และโก โฮลเซลล์ กว่า 2,163 ตู้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8,741 ตันต่อปี

ด้านนายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทางธนาคารกรุงศรีฯ มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในก้าวสำคัญและสานต่อความร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะพันธมิตรที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวครั้งนี้ โดยภาคธุรกิจค้าปลีกนับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งในมิติของห่วงโซ่อุปทานและพฤติกรรมผู้บริโภค การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของ เซ็นทรัล รีเทล ทั้งโครงการด้านพลังงานสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจบนพื้นฐานของการเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธนาคารกรุงศรีฯ ทั้งนี้ กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสนับสนุนลูกค้าธุรกิจในทุกภาคส่วนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อร่วมเปลี่ยนผ่านและเสริมสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนไปด้วยกัน”

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ: รายชื่อบุคคลในภาพเรียงจากซ้ายไปขวา

  • นางสาวสุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบริหารการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
  • นายศรัณย์ ศศะนาวิน ผู้บริหารสายงานลูกค้าบรรษัทขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

 

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform) ในประเทศไทย ประเทศอิตาลี และประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,797 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร  ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel  โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ  เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ บิ๊กซี / โก (GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต  มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม  เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 62 จังหวัด ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 26 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ

เกี่ยวกับกรุงศรี 

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 80 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 558 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 518 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,176 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.3 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.krungsri.com

กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

- Advertisement -