บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Krungthai Card (KTC.BK/KTC TB)*

ประเด็นลบที่ค้างคาอยู่หมดไปแล้ว

Event 

กำไรสุทธิของ KTC ใน 4Q68 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท (+6% QoQ, +10% YoY) ดีกว่าประมาณการตลาด/และประมาณการของเรา 10%/7% เนื่องจากคชจ.สำรองฯ (credit cost) ต่ำกว่าที่คาดไว้ และ ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขาย KTBL ทั้งนี้ กำไรสุทธิเต็มปีอยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากคชจ.สำรองฯลด 

Impact 

สินเชื่อแทบไม่เพิ่ม แต่ต้นทุนการระดมเงินลดลงมากกว่าที่คาดทำให้ NII เพิ่มขึ้นใน 4Q68 

สินเชื่อของ KTC เพิ่มขึ้น 3.7% QoQ และ 0.4% YoY โดยที่ yield สินเชื่อทรงตัวใน 4Q68 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการระดมเงินลดลงมากเกินคาดมาอยู่ที่ 2.6% ใน 4Q68 (จาก 3% ใน 3Q68) ทำให้ NII เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 1% YoY ใน 4Q68 และ เพิ่มขึ้น 1% ในปี 2568 ลด Credit cost ลงมาอยู่ในระดับต่ำที่ 4.85% (ต่ำกว่าเป้าที่ 5-6%) และ บีบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เนื่องจาก NPL อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และ สัดส่วน NPL coverage สูงถึง >400% KTC จึงตัดสินใจลด credit cost ลงมาต่ำกว่าเป้า (4.85% ใน 4Q68 และ 5.48% ในปี 2568 จาก 6.35% ในปี 2567) ในขณะเดียวกันคชจ.ดำเนินงานก็กดต่ำลง ทำให้สัดส่วน C/I ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 35% ใน 4Q68 และ 37% ในปี 2568  

ตัดเงินลงทุนทางบัญชี KTBL เร็วกว่าที่วางแผนไว้ใน 4Q68 

KTC ตัดสินใจตัดเงินลงทุนทั้งหมด และ สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Assets) จาก KTBL ใน 4Q68 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะได้ตัดจบในปี 2569 ซึ่งธุรกรรมนี้ทำให้อัตราภาษีจ่าย (effective tax rate) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 35% ในไตรมาส 4/68 และเป็น 27% ในงบปี และ ทำให้รายการผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (minority interest) เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/68 ทั้งนี้ หลังจากที่ตัดรายการฯ KTBL ใน 4Q68 แล้ว จะทำให้ประเด็นค่าใช้จ่ายภาษีที่ยังค้างคาอยู่ที่ 25% ในปี 2569 ของ KTC หมดไป และ กลับไปจ่ายภาษีอัตราปกติที่ 20% ซึ่งจะถือเป็นข่าวดีสำหรับโมเมนตัมการเติบโตของกำไรในปี 2569F  

แนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 31.00 บาท (PE ที่ 10x) 

นอกจากจะทำให้ประเด็นค้างคาเรื่องอัตราภาษีจ่ายจริงที่สูงในปี 2569F หมดไปแล้ว KTC ยังพิจารณาเลื่อนแผนการลงทุนด้าน IT ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาส ซึ่งอาจจะช่วยลดภาระทางด้านของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงได้อีกทางหนึ่ง จากสัญญาณดังกล่าวทำให้เราปรับลดสมมติฐานอัตราภาษีจ่ายจริงในปี 2569F ลงเป็น 20% (จากเดิม 24.5%) ซึ่ง ณ จุดนี้ เรายังปรับสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2569F/2570F ลงเป็น 2%/2.8% (จากเดิมปีละ 3.5%) ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ขึ้นอีก 6% (แต่คงประมาณการปี 2570F เอาไว้เท่าเดิม) ซึ่งเมื่อใช้ PE ที่ 10x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 31 บาท (จากเดิม 29 บาท) ทั้งนี้ จากกระแสข่าวบวก และอัพไซด์ ถึงราคาเป้าหมายใหม่ทำให้เราปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ 

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost เพิ่มขึ้น, NIM ถูกกดดัน

- Advertisement -