บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Central Retail Corporation (CRC.BK/CRC TB)*
ประมาณการ 4Q68: ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
Event
เราคาดว่ากำไรปกติของ CRC ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท (-16% YoY, +93% QoQ) เท่ากับใน 4Q68 เนื่องจากกำไรจากการขายการลงทุนในอิตาลีหักล้างไปกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกิดจากการขายการลงทุนในเวียดนาม (ประมาณ 6 พันล้านบาท) กำไรหดตัว YoY เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ ในขณะที่การเติบโต QoQ เป็นผลจากปัจจับฤดูกาล (จากรายได้โต 8% QoQ และ สัดส่วน SG&A to sales ที่ลดลงจากการประหยัดต่อขนาด) ซึ่งจะทำให้กำไรปกติในปี 2568 อยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท (-12% YoY)
Impact
กิจการในประเทศไทยถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
จากสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งได้แก่ i) เป็นช่วงไว้ทุกข์ของประเทศ ii) สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ของไทย iii) กรณีพิพาทชายแดน และ iv) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 7% YoY ใน 4Q68 เราจึงคาดว่า same-stores-sales (โดยเฉพาะในประเทศไทย) จะถูกกระทบ และ คาดว่าจะติดลบในระดับหลักเดียวต่ำ ๆ ถึงกลาง ๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจในไตรมาสที่สี่ เราคาดว่า SSS ของกิจการในอิตาลีจะเป็นบวกระดับเลขตัวเดียวต่ำ ๆ เพราะครอบคลุมการดำเนินงานเพียงสองเดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) หลังจากที่ปิดดีลขายกิจการไปในเดือนพฤศจิกายน 2568 ในขณะที่คาด่วา SSS ของกิจการในเวียดนามจะติดลบเพราะผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหาร และ hardline มีทั้งดีและแย่ปน ๆ กัน ดังนั้น เราจึงคาดว่า SSS ของ CRC จะหดตัวในระดับหลักเดียวต่ำ ๆ ใน 4Q68
คาดว่า Margin จะถูกกดดันจากยอดขายที่อ่อนแอ
เนื่องจาก i) ผลการดำเนินงานของกลุ่มแฟชั่นแผ่วลง (ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นธุรกิจที่มี margin สูงกว่าธุรกิจอื่น) ii) สัดส่วนยอดขายของกลุ่มอาหารสูงขึ้นจากการขยายสาขาร้าน Go! Wholesales อย่างต่อเนื่อง และ iii) คาดว่าจะมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนแอ เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าใน 4Q68 จะอยู่ที่ 26% (-1ppts YoY, ทรงตัว QoQ) ทั้งนี้ เมื่อรวมกับ margin ของธุรกิจการเช่า เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมใน 4Q68 จะอยู่ที่ 28.5% (0.4ppts YoY, +0.3ppts QoQ) กำไรมีแนวโน้มจำกัดในระยะสั้น โดยยังเผชิญกับประเด็นความท้าทายในระยะกลาง เนื่องจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐ (อย่างเช่นช้อปดีมีคืน) อาจจะแผ่วหายไปในระยะสั้นซึ่งเป็นช่วงเลือกตั้ง ในขณะที่บริษัทน่าจะยังรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากธุรกิจ hardline ในเวียดนาม (เพราะคาดว่าจะปิดดีลได้ภายใน 1H69) เราจึงคาดว่ากำไรของ CRC จะยังคงไม่น่าสนใจไปอีกอย่างน้อย 1-2 ไตรมาสก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ในขณะเดียวกัน การจะหากำไรอื่นมาชดเชยกำไรที่หายไปจากการขายการลงทุนในอิตาลีถือเป็นประเด็นความท้าทายในระยะกลางถึงยาว
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งรายได้ และ กำไรจาก Rinascente คิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้รวมของ CRC และ 12% ของกำไรสุทธิของ CRC
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 19.8 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 15.5x (กลุ่มแฟชั่นที่ 11.0x (-1.5 S.D), กลุ่มอาหารที่ 18.0x (-2.0 S.D) และ กลุ่ม hardline ที่ 15.0x (-1.0 S.D)) เราคิดว่าการจ่ายเงินปันผลพิเศษรอบสอง 0.58 บาท/หุ้น จากการขายการลงทุนในอิตาลี (ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 3%) จะเป็นส่วนที่ช่วยรองรับราคาหุ้น ดังนั้น เราจึงแนะนำ “ถือ” CRC
Risks
การแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น, เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน







