SPVI เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิพุ่ง 182% ทะลุ 54 ล้านบาท รับอานิสงส์ iPhone 17 และกลยุทธ์บริหารจัดการสาขา เพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรสูงสุด

บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีรายได้รวม 2,030.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.55% และกำไรสุทธิ 54.23 ล้านบาท เติบโต 182.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสำเร็จในการปรับโครงสร้างองค์กรและการตอบรับอย่างดีเยี่ยมของสินค้าเทคโนโลยี AI

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 2,015.97 ล้านบาท เติบโต 7.51% จากปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการสินค้ากลุ่ม iPhone 17 และอุปกรณ์ไอทีที่รองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการขยายช่องทางชำระเงินและโปรแกรมผ่อนชำระที่หลากหลาย ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

ในส่วนของกำไรขั้นต้น ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 226.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23.57% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 9.76% มาเป็น 11.22% จากความสามารถในการผลักดันยอดขายควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้พุ่งสูงถึง 54.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 35.00 ล้านบาท หรือคิดเป็น 182.01% โดยอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1.02% เป็น 2.67%

สำหรับการบริหารจัดการโครงสร้างสาขา บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงกลยุทธ์โดยการปิดสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรตามเป้าหมายจำนวน 11 สาขา ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีสาขาเปิดให้บริการรวม 62 สาขา ซึ่งการปรับปรุงประสิทธิภาพนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายคงที่ ทั้งด้านบุคลากรและค่าเสื่อมราคา ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 8.45%

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความแข็งแกร่งในด้านการบริหารเงินทุนหมุนเวียน โดยวงจรเงินสด (Cash Cycle) ลดลงเหลือเพียง 11 วัน จากเดิม 21 วันในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการบริหารจัดการลูกหนี้และระยะเวลาการระบายสินค้าที่รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยลดลงจาก 35 วัน เหลือเพียง 20 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม

ด้านฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,352.01 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 692.92 ล้านบาท เติบโต 8.49% จากกำไรสุทธิของการดำเนินงาน ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 9.80% อยู่ที่ 659.09 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่าตามรอบระยะเวลา

- Advertisement -