PTTGC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์พุ่งและการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 เผยรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับตัวของราคาผลิตภัณฑ์ตามทิศทางตลาดโลก
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ อันเนื่องมาจากภาวะอุปทานตึงตัวจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงการที่โรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กลับมาดำเนินการผลิตเต็มรูปแบบภายหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผน
ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ
-
กลุ่มโอเลฟินส์และโพลิเมอร์: ผลประกอบการดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและโพรพิลีนที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบอีเทนที่ลดลงตามสัญญาซื้อ
-
กลุ่มอะโรเมติกส์และโรงกลั่น: ได้รับปัจจัยบวกจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) พาราไซลีนและเบนซีน รวมถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มสูงขึ้นจากการส่งออกของตะวันออกกลางที่ลดลง
-
กลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ: ปริมาณขายฟื้นตัวและสามารถควบคุมต้นทุนของบริษัท allnex ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จในการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Portfolio Transformation)
บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-Core Asset Monetization) โดยรับรู้กำไรจากการปรับโครงสร้างธุรกิจรวม 3,300 ล้านบาท ผ่าน 2 รายการสำคัญ ได้แก่:
-
การขายหุ้นบางส่วนในบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) มูลค่า 4,403 ล้านบาท
-
การโอนขายทรัพย์สินธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ใน Buffer Tank Farm มูลค่า 4,840 ล้านบาท
ฐานะทางการเงินและโครงการในอนาคต
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 PTTGC มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 662,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 56,685 ล้านบาท
สำหรับแผนงานในอนาคต บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าโครงการเพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ (OFS) โดยการจัดหาอีเทนจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572









