KS Daily View 12.05.2026 >>> คืนนี้เกาะติดเงินเฟ้อ US เน้น “ย่อตั้งรับ” หุ้นที่กำไรดีกว่าคาด หนุน Upside Risk กรอบ SET วันนี้ 1,480-1,500 จุด แนะนำ CENTEL, AURA
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,489.29 ลดลง 11.07 จุด (-0.74%) แรงขายมากในกลุ่มรับเหมาฯ, อิเล็กทรอนิกส์, นิคมอุตสาหกรรม แต่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 1,965 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยตลาดยังมีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯและอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังแกว่งตัวสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาเงินเฟ้อในช่วงถัดไปได้ อย่างไรก็ดีคาดว่าประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในวาระสำคัญในการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping ในสัปดาห์นี้ ส่วนคืนนี้แนะเกาะติดการรายงาน US CPI & Core CPI เดือน เม.ย. โดยตลาดคาดที่ +3.7%y-y (จาก +3.3%) และ +2.7%y-y (จาก +2.6%y-y) ตามลำดับ ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ อาจเพิ่มความผันผวนมากขึ้น ขณะที่ระยะสั้น SET Valuation อยู่ในระดับที่ตึงตัว ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเน้นรอย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่รายงานกำไรดีกว่าคาด หนุน Upside Risk เพิ่มเติมในช่วงถัดไป โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CENTEL, AURA
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นประธานสภาฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยมองว่าวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับปรับโครงสร้างพลังงานไม่เข้าข่าย “เร่งด่วนจำเป็น” ตามรัฐธรรมนูญ ม.172 พร้อมขอให้ศาลสั่งระงับการเบิกจ่ายเฉพาะส่วนดังกล่าว โดยประธานสภาฯ ระบุจะส่งเรื่องให้ศาลภายใน 3 วัน ประเด็นดังกล่าวอาจสร้าง overhang ระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ พลังงาน และนิคมฯ ที่คาดหวังเม็ดเงินลงทุนจากแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ
- กระแส AI และความต้องการชิปขั้นสูงหนุนดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้และไต้หวันพุ่งทำสถิติใหม่ โดยคาดไต้หวันอาจเกินดุลสูงกว่า 20% ของ GDP ในปี 2026 ขณะที่เกาหลีใต้แตะระดับมากกว่า 10% ของ GDP จากการส่งออกชิปและสินค้าเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านค่าเงินแข็งค่าและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโตแบบ K-shaped ที่รายได้กระจุกตัวในภาคเทคโนโลยี ถือเป็น sentiment บวกต่อหุ้นไทยใน AI supply chain และนิคมอุตสาหกรรม จากแนวโน้มการลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในเอเชียที่เร่งตัวต่อเนื่อง
- FETCO เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 114.16 อยู่ในระดับ “ทรงตัว” โดยแรงหนุนหลักมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและกระแสเงินทุนไหลเข้า ขณะที่นักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับ “ร้อนแรง” อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ความผันผวนของราคาน้ำมัน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อ SET ในระยะถัดไป มุมมองดังกล่าวถือเป็นบวกต่อหุ้น domestic playและกลุ่มได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ เช่น ค้าปลีก รับเหมา และนิคมฯ แต่ควรระวังแรงกดดันต่อหุ้นพลังงาน-ขนส่งจากราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยก่อนประชุม ครม. โดยหารือประเด็นการจัดระเบียบมาตรการฟรีวีซ่า หลังพบว่ามีหลายประเภททั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักเรียน พร้อมมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลภาพรวมเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมและรัดกุมมากขึ้น ประเมินเป็นsentiment เชิงลบระยะสั้นต่อหุ้นท่องเที่ยวและสายการบิน หากมาตรการฟรีวีซ่าถูกเข้มงวดขึ้น แต่ผลกระทบจริงยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดและประเทศเป้าหมายที่อาจถูกปรับเงื่อนไข
Daily picks
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 38.24 บาท
- รายงานกำไรปกติ 1Q69 ที่ 1.1 พันลบ. (+37% QoQ, +27% YoY) สูงกว่าคาดจาก SG&A ต่ำกว่าประมาณการ และได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงแรม-อาหารที่แข็งแกร่ง
- ธุรกิจโรงแรมโดดเด่น โดย RevPar เพิ่มเป็น 5,456 บาท (+11% YoY) หนุนจากมัลดีฟส์และโรงแรมในประเทศ ขณะที่กำไรธุรกิจโรงแรมโต 22% YoY
- ธุรกิจอาหารฟื้นตัวต่อเนื่อง กำไรปกติเพิ่ม 50% YoY จาก SSSG เป็นบวก 1% และยอดขายรวมทั้งระบบโต 9% YoY สะท้อนการฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยว
AURA: ราคาพื้นฐาน 16.99 บาท
- รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 700 ลบ. (+76% YoY, +60% QoQ) สูงกว่าคาด 41% จากยอดขายทองคำและสินเชื่อทองคำที่แข็งแกร่ง รวมถึงการควบคุม SG&A และต้นทุนดอกเบี้ยได้ด
- ยอดขายรวมพุ่ง 78% YoY สู่ 1.58 หมื่นลบ. หนุนจากธุรกิจทองคำสมัยใหม่และพอร์ตสินเชื่อทองคำที่ขยายตัว ขณะที่สาขารวมเพิ่มเป็น 629 สาขา (+24% YoY)
- แนวโน้มกำไรปี 69 มี upside จากผลงาน 1Q69 ที่คิดเป็น 41% ของประมาณการทั้งปี คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.99 บาท โดยหุ้นยังซื้อขายที่ PER เพียง 11.2 เท่า พร้อม dividend yield ราว 4.5%
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน เมษายน นอกจากนี้ยังมีตัวเลขเงินเฟ้อ US CPI เม.ย. คาด +3.7%y-y เพิ่มจาก +3.3%y-y และ US Core CPI คาดที่ +2.7%y-y ขึ้นจาก +2.6%y-y ในเดือน มี.ค.
- วันพุธ ติดตามดัชนี US PPI เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ +0.5%y-y ส่วน US Core PPI คาดที่ +0.3%y-y ขยับขึ้นจาก +0.1%y-y ในเดือน มี.ค., รายงานสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์, ดัชนี 1Q26 GDP ของยูโรโซน (รายงานครั้งที่ 2) คาดทรงตัวที่ +0.8%y-y รวมทั้งการประกาศรายชื่อหุ้น MSCI Rebalancing รอบใหม่
- วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ +2.05 แสนตำแหน่ง และยอดค้าปลีกUS เดือน เม.ย. คาด +0.5%m-m รวมทั้งการประชุมระหว่าง Trump กับ Xi Jinping (14-15 พ.ค.)
- วันศุกร์ ติดตาม Empire manufacturing เดือน พ.ค. คาดที่ 8.0 จุด ลดลงจาก 11.0 จุด และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน พ.ค.. คาดที่ +0.2%m-m ฟื้นจาก -0.5%m-m ในเดือน เม.ย.









