หวังสันติภาพ และคนละครึ่งพลัส / 1,535–1,550

คาด SET Index เปิด Gap up และแกว่งตัวในแดนบวก: แรงหนุนจากความหวังในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ประกอบกับคาดได้แรงหนุนจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในวันนี้ อีกทั้ง ติดตามการเผยตัวเลขการค้าไทยเดือนเม.ย.69 ซึ่งอาจเป็นอีกแรงหนุน

กลยุทธ์การลงทุน

1) การส่งออกและเกี่ยวเนื่อง: AAI, AMATA, CCET, DELTA, HANA, HTECH, ITC, KCE, TVO, WHA

2) คนละครึ่งพลัส: AEONTS, BEM, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KTB, KTC, TIDLOR, TNP, TRUE

3) Anti-com.: AAV, BA, BGRIM, GPSC, SCGP

4) Outlook ดีใน 2Q69: GULF, KBANK, MINT, OR, STECON, SPALI

5) คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀

  • ทรัมป์เผยข้อตกลงสันติภาพคืบหน้าไปมาก : คาด Sentiment เชิงบวกมาจากความคลายกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ ซึ่งเปิดร่วงลงสู่ $92.3 ต่อบาร์เรล และนับเป็นการปรับตัวลง 4.9% เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันศุกร์ที่ผ่านมา ภาพข้างต้นเกิดขึ้นหลังปธน.ทรัมป์ประชุมในวันที่ 23 พ.ค.69 ว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้จะรวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับในวันที่ 24 พ.ค.69 ปธน.ทรัมป์ยังระบุข้อความในเชิงบวกว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์

  • เปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสวันแรก : คาด SET Index โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Domestic จะได้แรงหนุนจากพัฒนาการของโครงการภาครัฐที่มุ่งลดค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน สอดรับกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หรือคนละครึ่งพลัส ที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 พ.ค.69 หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านคน และสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.69 (รัฐสนับสนุนเดือนละ 1 พันบาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน) ด้านส่วนของผู้ขายครอบคลุมร้านค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า ร้านอาหาร รถเข็น Food delivery ร้าน OTOP และบริการขนส่งสาธารณะ โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสที่ผ่านมา สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ก.ย.69

  • ลุ้นตัวเลขส่งออกไทยเดือนพ.ย.เป็นอีกแรงหนุน : ติดตามการเผยตัวเลขการค้าไทยเดือนพ.ย.69 วันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นอีกแรงหนุนตามการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็คฯที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี สอดรับกับ 1) ภาพวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กฯ สะท้อนจากข้อมูลของ World Semiconductor Trade Statistics ซึ่งพบว่ายอดขายเซมิคอนฯ ทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่ขยายตัวสูงถึง 90.8% y-y ใน 1Q69 ซึ่งนับเป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวสูงที่สุด และ 2) การที่ตลาดคาดว่าการส่งออกเดือนพ.ย.69 จะขยายตัว 20% y-y เร่งตัวขึ้นจาก 18.7% y-y ในเดือนมี.ค.69

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) สศค.เผยอยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างมาตรการ TISA ใหม่ พร้อมขยายขอบเขตสินทรัพย์ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงแค่การซื้อผ่านกองทุนรวม โดยกลุ่มที่ต้องการบริหารจัดการเองสามารถเลือกลงทุนในหุ้นได้โดยตรง (+) ททท.เตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 พร้อมมอบส่วนลด และสิทธิพิเศษ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-15 ส.ค.69 ซึ่งเป็นช่วง Green Season

(+) ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน SMEs Recharge” และ “ออมสินเต็มแม็กซ์” ภายใต้ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 2.99% ต่อปี วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องและขยายธุรกิจ (-) สนค.เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนเม.ย.69 เท่ากับ 112.4 สูงขึ้น 5.9% สูงที่สุดในรอบ 44 เดือน เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานต่างๆสูงขึ้น

Picks of the day

CENTRALRETAIL

CRC (BUY)

  • เป้าหมาย 21.10 / 22.00 แนวรับ 19.70 / 20.00

  • แนวโน้ม 2Q69 ดีต่อ: ภาพรวมยอดขายQTD ยังคงเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ Food ในไทยที่เติบโต และกลุ่ม Hardline ในเวียดนามที่มียอดขายเป็นบวกแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยหนุนจากการหยุดรับรู้ผลขาดทุนของ Nguyen Kim ในเวียดนามที่เสร็จสิ้นรายการไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 รวมถึงการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports Thailand เข้ามาเต็มไตรมาส
  • ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ใน 1Q69 บริษัทมียอดต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 22.8% y-y จากการลดลงของจำนวนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถล็อคต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำได้ต่อเนื่องจากการออกหุ้นกู้ใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ดอกเบี้ยต่ำ มองว่าจะช่วยหนุนกำไรสุทธิ (Bottom Line) ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

HANA

HANA (BUY)

  • เป้าหมาย 38.50 / 41.00 แนวรับ 33.00 / 34.50

  • รับกระแส AI ดีขึ้น: ราคาหุ้นในปีนี้จะกลับมาสอดรับกับกระแส AI-related ได้ดีขึ้น โดยปัจจุบันได้ประกาศการพัฒนาอยู่ 3 โปรเจค คาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาได้ดีในปีหน้า 1.พัฒนา Solid State Transformers (SSTs) 2. Cooling device และ 3. อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบและจัดกำรข้อมูล โดยเป็นสินค้าระดับ High density PCBA สูงขึ้นกว่าธุรกิจเดิมของบริษัท ช่วยสร้างรายได้และ GPM ให้สูงขึ้น โดยเราคาดกำไรมีอัตราการเติบโตที่สูงทั้งในปี 69 และ 70
  • ระดับรายได้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว: 2Q69 แนวโน้มกำไรสูงขึ้น y-y และ q-q จากปีก่อนเป็นฐานต่ำ และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงกว่าไตรมาสแรก หลายๆส่วนงานมีทิศทางที่ดีขึ้นพ้นจุดต่ำสุดใน 4Q68 ไปแล้ว และยังดีต่อเนื่องช่วยให้ระดับรายได้และ GPM ฟื้นตัว q-q
- Advertisement -