กลุ่ม KTIS รุกทำตลาดบรรจุภัณฑ์เยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% เดินหน้าเจาะตลาดส่งออกต่อยอดสินค้าหลังร่วมงานแฟร์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

กลุ่ม KTIS เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ หลังนำบรรจุภัณฑ์เยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% เข้าร่วมงานแฟร์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เผยกระแสตอบรับดีเยี่ยม ด้วยจุดเด่นที่คู่ค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่อ้อยซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากล สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค วางแผนขยายตลาดในประเทศแบบ B2B พร้อมเจาะตลาดส่งออก หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (High Value Product) ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

นายปัญญ์ ศิริวิริยะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพคเกจจิ้ง จำกัด หรือ EPAC ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม KTIS ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ให้นำบรรจุภัณฑ์จากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% คุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด “Pure from the source, Safe for Life – บริสุทธิ์ตั้งแต่ต้นทาง สู่ชีวิตที่ยั่งยืน” เข้าร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้า National Restaurant Association Show (NRA Show) ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้า McCormick Place เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ของ EPAC ได้รับเสียงตอบรับและได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างมาก

“ที่ผ่านมา EPAC มีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% จากโรงงานของเราอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสร่วมงานแฟร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจจัดเลี้ยงได้พบปะ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ รวมถึงหาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตลาดครั้งสำคัญของบรรจุภัณฑ์ชานอ้อย 100% ภายใต้แบรนด์ “อ้อยพลัส” ของ EPAC แล้ว ยังตอกย้ำว่า บรรจุภัณฑ์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัทคนไทย ยังได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากลอีกด้วย” นายปัญญ์กล่าว

ปัจจุบัน EPAC ดำเนินการผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกหลากหลายรูปแบบ เช่น จาน ชาม กล่องใส่อาหาร ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยผลิตจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ภายใต้แบรนด์ “อ้อยพลัส” ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 50 ตันต่อวัน หรือประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อวัน ด้วยเครื่องจักรมาตรฐานกว่า 50 เครื่อง โดยผลิตภัณฑ์ของ EPAC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลด้านความปลอดภัยทางอาหาร (Food Contact Grade) ในระดับสากล เช่น มาตรฐาน FSSC 22000 V.5.1, ISO 22000:2018, GHPs (Good Hygiene Practices) และ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมชมงานส่วนใหญ่ให้ความสนใจความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ของ EPAC ภายใต้กลุ่ม KTIS ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นทางของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกในขณะนี้ เนื่องจากกลุ่ม KTIS ดำเนินการด้วยโครงสร้างธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่อ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ รวมถึงประสบการณ์ด้านนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ (Bio-material) ระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และระบบควบคุมคุณภาพและการทดสอบที่เข้มงวด ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาชนะใส่อาหารที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง

กลุ่ม KTIS วางเป้าหมายทำตลาดบรรจุภัณฑ์จากเยื่อชานอ้อย 100% สำหรับลูกค้ากลุ่ม B2B ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ได้แก่ สถานศึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผนึกความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหาร รวมถึงแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ ESG ขณะที่เป้าหมายในระยะถัดไป คือ การขยายฐานลูกค้าในประเทศ การเจาะตลาดส่งออกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าสร้างสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (High Value Product) ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“เป้าหมายของเราคือ การส่งต่อความปลอดภัยให้ผู้บริโภค และวันนี้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพของตัวเองและอนาคตของสังคม กลุ่ม KTIS เชื่อว่า ‘ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความรับผิดชอบ’ และเราพร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่ดีต่อทั้งธุรกิจ ผู้บริโภค และเพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่ม KTIS กล่าว

- Advertisement -