ดีใจทรัมป์ประกาศยุติแผนโจมตีอิหร่าน / 1,570–1,590

คาด SET Index ปรับตัวขึ้น: แรงหนุนจากการประกาศยุติการโจมตีอิหร่าน การชะลอตัวลงของ Bond Yields สหรัฐ และ การเข้าเก็งกำไรในหุ้นที่จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50/100

กลยุทธ์การลงทุน

1) Yield Play : DELTA, KCE, HANA, MTC, KTC, LH, SC, BGRIM, GPSC, GULF, GUNKUL

2) Domestic Play: AEONTS, BEM, CPALL, ERW, KTB, KTC, SCB, TIDLOR, TNP, TRUE

3) Outlook ดีใน 2Q69: OR, OSP, SPALI, SIRI, STECON

4) คาดเข้า SET50/100: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀

  • สงครามส่งสัญญาณดี คลายกังวลนโยบายการเงินเฟด : เนื่องจาก PPI สหรัฐ เดือน พ.ค.69 ไม่ได้เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนมากนัก และราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ย่อตัวลงมาอยู่ที่ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนที่จะโจมตีอิหร่าน เนื่องจากการหารือกับอิหร่านได้รับความเห็นชอบจากหลายชาติที่เกี่ยวข้อง และอิหร่านอาจลงนามในข้อตกลงสันติภาพอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ Bond Yields สหรัฐปรับตัวลง Bond Yields สหรัฐอายุ 2 และ 10 ปี ย่อลงมาที่ 4.07% และ 4.47% ระหว่างวันอาจเห็นแรงเข้าซื้อในหุ้นที่รับประโยชน์จากการย่อตัวของ Bond Yields สหรัฐ เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ การเงิน อสังหา และโรงไฟฟ้า รวมถึงหุ้นที่เคยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ เช่น กลุ่มสายการบิน ค้าปลีก ขนส่ง และอาหาร แต่ต้องระมัดระวังแรงขายช่วงท้ายตลาดเพื่อย้ายเม็ดเงินกลับเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากในวันนี้จะเป็นวันแรกที่ SpaceX เข้าเทรด
  • ECB ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด : ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรปมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก(Deposit Facility Rate) อีก 25 bps โดย ECB มองภาพเงินเฟ้อในปี 69 จะอยู่ที่ระดับ 3.0%(คาดการณ์เดิม 2.6%) หลังอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ค. เร่งตัวแตะระดับ 3.2% นอกจากนี้ยังหั่นเป้า GDP ยูโรโซนลง เหลือขยายตัว 0.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 0.7% ด้วยภาพรวมทั้งหมดเห็นภาพของเงินเฟ้อที่เร่งตัว ท่ามกลางการหั่น GDP ลง ซึ่งเป็นภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ

  • สัปดาห์หน้าลุ้นหุ้นที่จะเข้า SET50/100 : คาดตลาดหลักทรัพย์จะประกาศรายชื่อหุ้นเข้า-ออก ในดัชนีต่างๆ รวมถึง SET50 และ SET100 ในสัปดาห์หน้า ระยะสั้นจึงมองอาจมีแรงเข้าซื้อในหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณ เช่น BCP BTG TFG และ NER

  • ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า: การประชุมธนาคารกลาง – BOJ/ BOE/ FED , US- Industrial Production (May)/ Building Permits (May)/ Retail Sales (May)/ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวัน Juneteenth, CN- Industrial Production (May)/ Chinese Unemployment Rate (May)/ ตลาดหุ้นจีนปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวัน Dragon Boat Festival

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(-) ADB เตือนสงครามตะวันออกกลางกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจเอเชียจะเผชิญภาวะ Stagflation หลังต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น เรียกร้องเร่งกระจายแหล่งพลังงาน

(-) การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) สร้างต้นทุนที่สูงขึ้นให้กับการส่งออกสำหรับ 88 %ของประเทศที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งภาระนี้ตกหนักที่สุดกับประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก

(+) ททท.เผยนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ อย่างตลาดจีนกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น (+18.4%w-w) และ อินเดียยังขยายตัวได้ 8%w-w มองเป็นบวกกับภาพการท่องเที่ยว

(+) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้คืนเงินภาษีนำเข้าราว 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ แก่ ผู้นำเข้าสินค้าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว

Picks of the day

GUNKUL [BUY]

  • เป้าหมาย 4.24 / 4.40 แนวรับ 3.78 / 3.88

  • ปัจจัยภายนอกหนุน : เรามองว่าสามารถเทรดเก็งกำไรได้ เพื่อรับผลบวกจากนโยบายรัฐบาลที่จะมีการส่งเสริมพลังงานทดแทนรวมถึง solar rooftop โดยมองว่าจะเป็นโอกาสสำหรับบริษัทซึ่งมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งการรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมไปถึงการลงทุนก่อสร้างเพื่อขยายกำลังการผลิตเอง ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นประมาณ 92% เมื่อเทียบกับกำไรขั้นต้นรวม
  • แผนการเติบโตชัดเจน: บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องต่อเนื่อง โดยปี 69 คาดว่าจะมีรายได้เติบโตไปที่ระดับ 10,000 ลบ. ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือหรือ backlog ประมาณ 8,000 ลบ. คาดจะรับรู้ภายในปีนี้ประมาณ 65%

SCB [BUY]

  • เป้าหมาย 141.50 / 144.00 แนวรับ 135.50 / 137.00

  • ธนาคารที่สินเชื่อเติบโตสูงที่สุดในปี 69: ณ สิ้นเดือน เม.ย. SCB มีสินเชื่อเติบโต 3.33% ytd ทำให้ SCB เป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตสูงที่สุดในปี 69 และสูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.60% ค่อนข้างมาก โดยสินเชื่อรายใหญ่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สินเชื่อของ SCB เติบโตขึ้น
  • แนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย: ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อยังทรงตัว ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีกตามเงินฝากประจำที่จะทยอยปรับลดต้นทุนลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ
- Advertisement -