ATP30 ได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ Thai ESG ตอกย้ำศักยภาพองค์กรด้านความยั่งยืน พร้อมเร่งขับเคลื่อนธุรกิจ Green Mobility ผ่านการลงทุนรถโดยสารไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโต รองรับดีมานด์ลูกค้าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ESG และเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยว่า การได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ Thai ESG สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ ATP30 ได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ Thai ESG จากผลการประเมิน SET ESG Ratings รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้บริษัทยังเข้าร่วมโครงการ JUMP+ และจัดทำแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (Value Enhancement Plan) เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรและสร้างการเติบโตในระยะยาวซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้หลักทรัพย์ของบริษัทอยู่ในขอบเขตการลงทุนของกองทุน Thai ESG
สำหรับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมบริษัทได้จัดทำ Climate Action Plan เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Green Mobility โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถโดยสารไฟฟ้า (EV) เป็น 100 คันภายในปี 2571 ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
“แนวโน้มความต้องการบริการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกระแส ESG ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมบริษัทจึงเร่งลงทุนรถ EV และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดสถานีชาร์จ Solar Roof & Smart Charger หลายแห่งภายในปีนี้ตามแผน Climate Action Plan เพื่อยกระดับ Green Mobility สร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต” นายปิยะกล่าว









