PCE เร่งเครื่องปาล์มยั่งยืน จับมือ ม.อ.-อุทยานวิทย์ภาคใต้ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน RSPO-คาร์บอนเครดิตเชื่อมตลาดโลก

บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) จับมือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ลงนาม MOU พัฒนาเครือข่ายสหกรณ์และเกษตรกรปาล์มน้ำมันรายย่อยภาคใต้ ฟากผู้บริหาร “กิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล” ระบุ ช่วยยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล RSPO ครอบคลุมเกษตรกรมากกว่า 3,800 ราย พร้อมวางรากฐานระบบคาร์บอนเครดิต เชื่อมตลาดโลก สร้างรายได้ยั่งยืน และผลักดันเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของบริษัท

นายกิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับคณะนวัตกรรมเกษตร ประมง และอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  ภายใต้โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายสหกรณ์ตามมาตรฐาน RSPO เพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย” เพื่อร่วมกันส่งเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสวนปาล์มอย่างเป็นระบบ และพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรต้นน้ำให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ทั้งในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และความสมดุลทางเศรษฐกิจ

“การลงนามในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริม สนับสนุน กลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ที่มีศักยภาพสูง ประกอบด้วย ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด (ซึ่งมีสหกรณ์เครือข่ายรวม 18 สหกรณ์), วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่นิคมสหกรณ์พนม และสหกรณ์นิคมหลังสวน จำกัด, เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันยั่งยืนสุราษฎร์ธานี และเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันยั่งยืนจังหวัดสงขลา ให้สามารถผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO ยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และส่งผลให้ปัจจุบัน PCE มีภาคีเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรรายย่อยรวมทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยมากกว่า 3,800 ราย  โดยตั้งเป้าผลักดันเกษตรกรรายย่อยในเครือข่ายให้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล RSPO ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 100,000 ไร่ ภายในปี 2570”

สำหรับโครงการดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการวางโครงสร้างระบบนิเวศการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อผลักดันและพัฒนาคาร์บอนเครดิตของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่ง PCE มุ่งจัดทำคาร์บอนเครดิตร่วมกับเกษตรกรรายย่อยแบบมีส่วนร่วมตั้งเป้าขอรับรองคาร์บอนเครดิตไม่น้อยกว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ปัจจุบันสามารถผลักดันวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันนิคมสหกรณ์พนมให้ได้รับการขึ้นทะเบียนมาตรฐาน Standard T-VER เป็นกลุ่มแรกของไทยสำเร็จแล้ว โดยมีการรับรองคาร์บอนเครดิต 50,469 ตันต่อปีและกำลังพัฒนายกระดับเป็น Premium T-VER เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มรายย่อยได้อย่างยั่งยืน และผลักดันให้ PCE บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจปาล์มน้ำมันรายแรกของไทยที่บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ผ่านกระบวนการขอรับรองคาร์บอนเครดิตและขยายฐานสู่ตลาดการค้าต่างประเทศ

PCE มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงตลาดในระบบห่วงโซ่อุปทาน โดยพร้อมสนับสนุนการรับซื้อผลปาล์มสดคุณภาพและคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) จากกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์เครือข่ายที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม เพื่อช่วยขจัดปัญหาความผันผวนด้านราคาและสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่แน่นอนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการสนับสนุนกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต เพิ่มอัตราผลผลิตต่อไร่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการสวนปาล์มอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรรายย่อยให้ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงจากสวนปาล์มภายใต้การดูแลของ PCE จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้คู่ค้าและลูกค้าของบริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และยังเป็นการป้องกันมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่กำลังตีกรอบเข้มงวดกับสินค้าส่งออก นอกจากนี้ ทิศทางของ PCE ยังสอดรับกับการเตรียมความพร้อมของภาครัฐ ที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีกลไกสำคัญคือการใช้ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และเตรียมขยายผลการเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) รวมถึงมาตรการป้องกันสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง

- Advertisement -