“วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง” วางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพลังงานลม “DKT1” เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ต่อเนื่อง ปักหมุดการเติบโตรอบใหม่สู่ 2,000 เมกะวัตต์
“วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง” เดินหน้าขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางศิลาฤกษ์โรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการใหม่ “ด่านขุนทด วินด์ วัน” (DKT1) กำลังการผลิต 89.7 เมกะวัตต์ ใน อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ด้วยงบลงทุนรวม 4,728 ล้านบาท กำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ (COD) และรับรู้รายได้ ในเดือนธันวาคม 2570 ภายใต้สัญญาจำหน่ายไฟฟ้าระยะยาวให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระยะเวลา 25 ปี ปูทางสู่เป้าหมายกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ในอนาคต
นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ผู้บุกเบิกและผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอันดับ 1 ของไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการ DKT1 ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อย บริษัท ด่านขุนทด วินด์ วัน จำกัด นับเป็นหมุดหมายการเริ่มต้นก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ สะท้อนศักยภาพการเติบโตขององค์กร จากความสำเร็จในการร่วมมือกันระหว่าง บริษัทฯ สถาบันการเงิน ผู้ผลิตเจ้าของเทคโนโลยีกังหันลมผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงผู้รับเหมางานก่อสร้างโครงการ
ภายในพิธีวางศิลาฤกษ์ยังได้รับเกียรติจากนายสุนาวงษ์ละครนายอำเภอเทพารักษ์พ.ต.อ.หิรัณยสุทธิ์อินทร์ใยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเทพารักษ์พ.ต.อ.พัฒนากรสูงนารถผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทดนายธีรศักดิ์ศิริโสภณากรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์เอสเอส 2016 จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้นำหน่วยราชการส่วนท้องถิ่นร่วมเป็นแขกผู้มีเกียรติในพิธี
สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการ DKT1 เป็น 1 ใน 4 โครงการใหม่ ที่บริษัทฯ ได้รับเลือกจากภาครัฐ ภายใต้กำลังการผลิตติดตั้งตามสัญญารวม 299.1 เมกะวัตต์ ทำให้ WEH มีธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,016.1 เมกะวัตต์ จาก 12 โครงการ ประกอบด้วย
- โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 8 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์
- โครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดดำเนินการ (SCOD) 4 โครงการ ขนาด 299.1 เมกะวัตต์ จะทยอยเริ่มต้นก่อสร้างและรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2570 – 2572 โดยเริ่มก่อสร้างโครงการ DKT1 เป็นโครงการแรก
“เป้าหมายระยะถัดไปของ WEH คือ ขยายกำลังการผลิตจากปัจจุบัน 1,016.1 เมกะวัตต์ ไปให้ถึง 2,000 เมกะวัตต์ ไม่ใช่เพียงการเติบโตขององค์กร แต่เป็นการนำความรู้และประสบการณ์ของบริษัทฯ มาเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานด้านพลังงานสะอาด เพื่อสร้างอนาคตทางพลังงานที่มั่นคง และเพียงพอให้กับประเทศไทย”









