ส่องหุ้น SYNEX โบรกฯ มองการบริหาร Product Mix หนุนกำไรแกร่ง ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 12.60 บาท/หุ้น

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนด้าน AI การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation และการเปิดตัวสินค้าใหม่ของผู้ผลิตหลายแบรนด์ ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SYNEX โดยประเมินว่าการบริหาร Product Mix และการเติบโตของธุรกิจกลุ่ม Commercial และ Enterprise จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้และความสามารถในการทำกำไร แม้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามจากการปรับขึ้นราคาสินค้าไอทีและสินค้า Apple บางรายการ แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 12.60 บาทต่อหุ้น ด้วยกำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งระดับ 39% จากการปรับ Product Mix เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง แรงหนุนจากกลุ่มลูกค้า Commercial และ Enterprise รวมถึงบริการมูลค่าเพิ่มอย่าง Cloud และ Solar และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ประมาณ 6% และ PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีราว 28% เป็นปัจจัยค้ำราคาหุ้น

ด้าน นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยว่า มั่นใจทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังเดินหน้าตามแผน เตรียมลงนามขยายพอร์ตแบรนด์ใหม่ พร้อมเดินหน้าบริหาร Product Mix รับอานิสงส์การเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ราคาและความต้องการฮาร์ดดิสก์ในตลาดยังคงแข็งแกร่ง แม้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ (Memory) และการปรับราคาสินค้าบางรายการของ Apple โดยเชื่อมั่นว่ายังไม่กระทบต่อแผนธุรกิจ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี บริษัทได้ติดตามสถานการณ์การปรับราคาสินค้าของ Apple อย่างใกล้ชิด หลังผู้ผลิตได้ทยอยปรับราคา iPad และ MacBook ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จากภาวะต้นทุนชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรม AI Data Center

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ เราคาดกำไรหลัก ไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หนุนจากการปรับโครงสร้างไปเน้นสินค้าที่มีกำไรสูงขึ้น และความต้องการบริการที่มีมุลค่าเพิ่ม เช่น งานโครงการภาครัฐและเอกชน รวมถึง Cloud, Solar และบริการต่างๆ บริษัทเริ่มลดการเน้นยอดขายปริมาณที่มาร์จิ้นต่ำ ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรหลักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกันสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนกำไร เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ อยู่ที่ 12.60 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ราว 11.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีราว 28% เมื่อ 12 พฤษภาคม 2569

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุ ไตรมาส 2/69 ผลการดำเนินงานน่าจะทรงตัว โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มลูกค้าองค์กร ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากฐานยอดขายที่สูงในปีก่อนสำหรับสินค้า Apple และสมาร์ตโฟน  SYNEX น่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากราคาผลิตภัณฑ์ไอทีที่สูงขึ้นและสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการปรับราคาขึ้นที่มีต่อความต้องการสินค้าไอทีในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 12.5 บาท เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุ คาดรายได้ ไตรมาส 2 ปี 2569 จะขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากผลฤดูกาล แม้สินค้า Apple บางรายการยังขาดตลาด แต่ผู้บริหาร เผยอุปสงค์ยังสูงต่อเนื่อง ขณะที่ ไตรมาส 2-3 ปี 2569 แบรนด์ Huawei จะยังเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และมีปริมาณสินค้าเพียงพอ จะมาช่วยชดเชยกลุ่ม Apple ได้บางส่วน รวมถึงกลุ่ม IT Commercial และ Enterprise Solutions ที่ยังมีแนวโน้มติบโตต่อเนื่อง แนะนำสะสมต่อ ราคาเป้าหมาย ที่ 12.50 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 ดีต่อเนื่องจากทิศทาง อัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง โดยรวมแล้วเรามองที่เป็นบวกเล็กน้อยต่อแนวโน้มการเติบโตของซินเน็ค เราคาดว่ากำไรปกติ ไตรมาส 2 ปี 2569 จะเติบโตทั้งเทียบกับปีก่อนหน้า(YoY)และไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) จากการเติบโตของยอดขายที่แย็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ และกลุ่มองค์กร พร้อมรักษาระดับ GPM ที่แข็งแกร่งที่ 39% เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569

โดยประเมิน “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 11.08 บาท หลังการปรับตัวคูณ PER การประเมินมูลค่าหุ้นล่าสุดดูน่าสนใจ โอยอิงตาม PER ปี 2569 ที่ 9.3 เท่า เทียบกับ CAGR ของ กำไรปกติ ในช่วง 3 ปีที่คาดโต 10.3%

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) มหาชน ระบุ ถึงมีประแสข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 18 ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาในการเปิดตัว และ spec ของการ upgrade ในรุ่น 18 series โดยในแง่ของช่วงเวลาในการเปิดตัว มีข่าวลือว่า iPhone 18 series จะแบ่งช่วงการเปิดตัวออกเป็นสองช่วง คือเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นรุ่น iPhone 18 pro, iPhone 18 pro max และ iPhone แบบพับได้ (foldable iPhone) รุ่นแรกของ Apple ซึ่งลือว่าจะเป็น “iPhone Ultra” และ ในช่วงต้นปี 2570 จะเปิดตัว iPhone 18, iPhone 18e และ iPhone Air2 ทางด้านของราคา ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดว่าราคา iPhone 18 อาจจะเพิ่มขึ้นไป ถึง US$1,299-US$1,399 ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจะผลักดันกำไร ราคาขายที่คาดว่าจะแพงขึ้น ประมาณ 20-30% ซึ่งค่อนข้างเป็นไปตามที่ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดโลกคาดเอาไว้แล้ว ว่าราคาขายเฉลี่ยของ smartphone จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุน memory ที่แพงขึ้น 

จากการคำนวณของเรา คาดว่าราคาขายที่สูงขึ้นของ Apple น่าจะทำให้กำไรของ Synex (Thailand) เพิ่มขึ้น 2% เราแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 11.00 บาท (PER ที่ 13.0x อิงจากค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6% เป็นตัวค้ำ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด  ระบุ แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่ายังได้ประโยชน์จากสินค้าคงคลังเดิมที่ต้นทุนสินค้าคงคลังเดิมยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลบวกต่อมาร์จิ้น ระยะสั้น อย่างไรก็ดี ในช่วง ครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากภาวะสินค้าบางกลุ่มขาดตลาดและต้นทุนสินค้า IT ที่ปรับสูงขึ้น เรายังคงประมาณการและราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่ 10.80 บาทต่อหุ้น อิง PER ปี 2569 ที่ 12.9 เท่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด จากมุมมองผู้บริหารยังคงเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท โดยแนวโน้มของ ไตรมาส 2 ปี 2569 ยังใกล้เคียงกับ ไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น ผู้บริหารคาดว่าโมเมนตัมยอดขายจะเร่งตัวขึ้นใน ครึ่งปีหลัง 2569 โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มลูกค้า commercial และ enterprise ควบคู่กับข้อจำกัดด้านอุปทานที่เริ่มผ่อนคลายลง โดยคงคะแนะนำ ซื้อ สำหรับซินเน็ค โดยมูลท่าที่เหมาะสมเท่ากับ 11.00 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

- Advertisement -