SENA ชี้โจทย์ตลาดบ้านเปลี่ยนจาก “กู้ไม่ผ่าน” เป็น “ไม่กล้ากู้” ดัน LivNex เช่าออมบ้าน สร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้คนอยากมีบ้านเริ่มต้นอย่างมั่นใจ
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ชี้โจทย์ตลาดบ้านกำลังเปลี่ยนจาก “กู้ไม่ผ่าน” เป็น “ไม่กล้ากู้” หลังพบภาวะ Self-Rejection หรือลูกค้าปฏิเสธตัวเองก่อนโอนมีสัดส่วนราว 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมดแซงหน้า Bank Reject ที่อยู่ประมาณ 40% สะท้อนว่าคนไทยไม่ได้เลิกอยากมีบ้านแต่กังวลว่าจะรับภาระผ่อนระยะยาวไม่ไหวดัน LivNex เช่าออมบ้านเป็น Safe Zone ให้ผู้บริโภคได้ทดลองอยู่ทดลองผ่อนและสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ตลาดบ้านวันนี้ไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาคนกู้ไม่ผ่าน แต่กำลังเผชิญปัญหาคน “ไม่กล้าเริ่ม” เพราะในวันที่ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่แน่นอน และหนี้ครัวเรือนยังกดดัน การซื้อบ้านซึ่งเป็นภาระระยะยาว 20-30 ปี ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากตั้งคำถามว่าจะผ่อนไหวจริงหรือไม่ และคนไทยไม่ได้เลิกอยากมีบ้าน บ้านยังเป็นความฝันและเป็นปัจจัยสี่หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าของหลายครอบครัว แต่สิ่งที่ลดลงคือความมั่นใจในการเริ่มต้น ปัญหาจึงไม่ใช่แค่กู้ไม่ผ่าน แต่คือไม่กล้ากู้ โจทย์ของตลาดกำลังเปลี่ยนจาก ‘ซื้อไม่ได้’ เป็น ‘ไม่มั่นใจจะซื้อ’”
จากข้อมูลที่เสนาพบ Self-Rejection กำลังกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการไม่โอนกรรมสิทธิ์โดยมีสัดส่วนราว 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมดแซงหน้าปัญหา Bank Reject หรือการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ประมาณ 40% และการเปลี่ยนใจจากเหตุผลทั่วไปอีกราว 10% ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่ไม่มีความต้องการซื้อหลายรายเลือกยูนิตแล้ววางเงินจองแล้วเห็นห้องจริงแล้วและเตรียมเข้าสู่กระบวนการกู้ธนาคารแต่กลับตัดสินใจยกเลิกในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนโอนสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่ความไม่มั่นใจต่ออนาคตทางการเงินเช่นความมั่นคงของงานภาระผ่อนระยะยาวหรือความกังวลว่าจะรับผิดชอบหนี้ 20-30 ปีได้จริงหรือไม่
หนึ่งในแนวทางของเสนาคือ LivNex เช่าออมบ้านซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกลุ่มลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านหรือยังไม่พร้อมซื้อบ้านทันทีแต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป LivNex จึงขยายบทบาทมาสู่กลุ่มที่ “กู้ผ่านแต่ไม่กล้ากู้” หรือยังไม่มั่นใจว่าจะรับภาระระยะยาวได้จริง LivNex ยังเป็นเหมือน “พื้นที่ปลอดภัย” หรือ Safe Zone สำหรับคนที่อยากมีบ้านแต่ยังไม่พร้อมเต็มร้อยโดยลูกค้าสามารถเข้าอยู่ได้ก่อนทดลองใช้ชีวิตจริงทดลองผ่อนจริงและประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเป็นหนี้ระยะยาวโมเดลนี้ยังช่วยให้ลูกค้าล็อกราคาบ้านไว้ตั้งแต่วันนี้โดยเงินที่ผ่อนในช่วง 3 ปีแรกจะถูกนำไปหักจากเงินต้นของราคาบ้านซึ่งหากผ่อนครบ 3 ปีราคาบ้านจะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 9% ขณะเดียวกันการผ่อนชำระตรงเวลายังช่วยสร้าง Credit Pattern หรือประวัติการชำระเงินที่ดีเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต
นอกจากนี้หากลูกค้าพบว่าตัวเองยังไม่พร้อมหรือเปลี่ยนใจระหว่างทางก็สามารถยุติสัญญาได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวตั้งแต่วันแรกทำให้ LivNex เป็นทางเลือกที่ช่วยลดแรงกดดันในการตัดสินใจซื้อบ้านและช่วยให้ผู้บริโภคมีเวลาวางแผนก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านจริงโดย LivNex ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลทางธุรกิจแต่เป็นโซลูชันที่ช่วยลดความเสี่ยงให้ทั้งผู้บริโภคผู้ประกอบการและสถาบันการเงินเพราะเมื่อลูกค้าได้ทดลองอยู่ทดลองผ่อนและประเมินความพร้อมก่อนโอกาสเกิดหนี้เสียหรือ NPL ในอนาคตก็อาจลดลงได้
“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การปิดการขายแต่คือการช่วยให้ลูกค้าไปถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิมบ้านไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คนกลัวแต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชีวิต LivNex จึงเป็นความพยายามในการเปลี่ยน Self-Rejection ให้เป็น Self-Confidence เปลี่ยนจากไม่กล้าเริ่มให้กลายเป็นค่อยๆเริ่มได้อย่างมั่นใจ” ผศ.ดร.เกษรากล่าวทิ้งท้าย









