“อธิบดีณัฏฐิญา” ประกาศความสำเร็จ งาน “DIPROM Creative & Innovation 2026” ชูนวัตกรรม Generative AI ยกระดับ 50 ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล คาดกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านบาท

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานแถลงความสำเร็จในการจัดงาน “DIPROM Creative & Innovation 2026” พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ สามย่านมิตรทาวน์

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มุ่งมั่นการดำเนืนงานภายใต้นโยบาย DIPROM Flexi เพื่อปลดล็อกขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจสู่ตลาด และการจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีความต้องการสอดคล้องกัน รวมทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Generative AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และขยายช่องทางการตลาด โดยการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม, สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย, และของขวัญของตกแต่งบ้าน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ (Mood Consumption) และกระแสความยั่งยืนของโลก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 30 ล้านบาท รวมถึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอย่างครบวงจร ทั้งการผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่โมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ การขยายตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตร เช่น Shopee, Lazada และ TikTok รวมถึงการส่งเสริมการส่งออกในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม

“อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชนและสินค้าโอทอป (OTOP) ถือเป็นฐานรากเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ดีพร้อม มุ่งมั่นในการพัฒนาและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ (1) การใส่ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity & Innovation) มาใช้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและสร้างเรื่องราว เพื่อเพิ่มมูลค่าผ่าน Soft Power (2) การผลักดันและส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าชุมชนและโอทอป (OTOP) เข้าสู่โมเดิร์นเทรดและตลาดต่างประเทศ พร้อมการขยายช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok และ (3) การสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำและเครื่องจักรที่ตั้งอยู่ใน Pilot Plant ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ในการทดลองการผลิต และ (4) การสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่านบริการ “เงินทุนหมุนเวียน หรือ ดีพร้อมเปย์” โดยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 2% นอกจากนี้ ยังมีการส่งต่อให้กับกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ, ธนาคาร SME Bank และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุนเงินทุนในวงเงินที่สูงขึ้น

- Advertisement -