เก่งหลังเกมส์
SET Index วันนี้พลิกฟื้นตัวอีกครั้ง +32.05 จุด +2.08% ปิดตลาดที่ 1,608.30 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 7.9 หมื่นล้านบาท รับข่าวภายในประเทศ คือ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และปัจจัยภายนอก ประเด็นสงครามตะวันออกกลางกลับมามีมุมมองบวกขึ้น หลังจากล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ เปิดเผยว่าอิหร่านได้ติดต่อเข้ามาหาเขา พร้อมระบุว่า “พวกเขาต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก” Sector ที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA , กลุ่มธนาคาร KBANK, KTB , BBL กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE) ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่หนุนดัชนีนำโดยกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC) กลุ่มโรงกลั่น SPRC, IRPC ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ
KBANK +0.88%, KTB +3.18% , BBL +2.88%
กลุ่มธนาคารปรับขึ้น มีจิตวิทยาบวกหนุนจาก 1.) วงจรดอกเบี้ยสิ้นสุดขาลงแล้ว 2.) : US Bond Yields อิง อายุ 2 ปี ปรับขึ้น +3 bps มาอยู่ที่ 4.21% (ทิศทางเป็นภาพ Sideway up) ส่วนอายุ 10 ปี ปรับขึ้น +4 bps มาที่ 4.59% โดย Toppick ของกลุ่มธนาคาร คือ KTB, KBANK
DELTA +4.03%, KCE +10.88%, HANA +6.57%
หุ้นชิ้นส่วนไทยปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก 1.) หุ้นผู้ผลิตชิปต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ และเอเชียเหนือปรับขึ้น 2.)ค่าเงินบาทระยะสั้นอ่อนค่าขึ้นบริเวณ 33.5 บาท จิตวิทยาบวกต่อหุ้นส่งออก อาทิ ชิ้นส่วน 3.)เงินสลับออกจากหุ้น Domestic ที่ระยะสั้นขาดแรงส่ง ขณะที่รอบลงทุนโลกเริ่มสร้างแรงส่งยอดขาย Non-AI กลยุทธ์ยังแนะนำเน้น KCE, HANA
BDMS +1.56%
ปรับขึ้นรับมุมมองเชิงบวกทางพื้นฐาน 1.) กำไรปี 26F คาด +5.9% โดยมีภาพเร่งใน 2H26F เริ่มเห็นสัญญาณบวกผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งตะวันออกกลางและกัมพูชา 2) ผลกระทบสงครามสูงกว่า BH เล็กน้อย แต่ PE Spread ของ BDMS กับ BH ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนภาพดังกล่าวแล้ว 3) หุ้นยังอยู่ในโซน Value ซื้อขาย PER26F ราว 19 เท่า < AVG-1.0 S.D ยังแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 27.0 บาท
NVDA80 +6.20%
มีจิตวิทยาบวกปรับขึ้นตามหุ้นแม่ Nvidia +3.65% หลังจาก รายงานว่ารัฐบาลจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัท AI ชั้นนำของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ในจำนวนจำกัด
(*/-) War & Yield: ปธน. Trump
(++) Fund Flows: ต่างชาติ ซื้อหุ้นไทย +258.5 ล้านเหรียญฯ เป็นการซื้อ 11 ใน 12 วันทำการ เอเชียซื้อทุกประเทศยกเว้นไต้หวันและฟิลิปปินส์ จิตวิทยาบวก SET และหุ้น Large-Big Cap ธนาคาร ไฟฟ้า สื่อสาร สนามบิน พลังงาน ปิโตรเคมีขั้นกลาง
(*) TH Politic: ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะเปิด Upside GDP ไทยปี 2026 จากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยปลดล็อกและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ ต่อยอด Data Center หนุนไทยเข้าสู่รอบการลงทุน CAPEX Cycle เต็มตัว บวกต่อธนาคาร นิคมฯ รับเหมา โรงไฟฟ้า และสื่อสาร
v (+) Hi-Speed Train: CP แจ้งยกเลิกสัญญาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน สร้างความชัดเจน บวกต่อลงทุนโครงการเดินหน้าลำดับต่อไป และหุ้นในธีม นิคม ธนาคาร รับเหมา ส่วนหุ้นเครือ CP และ กลุ่มร่วมประมูลรอบใหม่ (BA, BTS, STECON) น่าเก็งกำไร
(*/-) To Monitor: ระยะถัดไปคาดตลาดให้น้ำหนัก 1) 11 ก.ค. สหรัฐฯ เจรจาอิหร่าน 2) 14 ก.ค. เงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ มิ.ย. 26 เงินเฟ้อทั่วไป ตลาดคาด +3.9%y-y, -0.1%m-m vs prev. +4.2%y-y, +0.5%m-m มีโอกาส Surprise บวก จะลดความกังวลวงจรดอกเบี้ย 3) ภายในแนวโน้มกำไร 2Q26F ทั้งช่วง Preview Real Sector จับตากลุ่มกระทบจากสงครามจำกัดกว่าตลาดกังวล อาทิ ร.พ. เช่าซื้อ และ 14 ก.ค. หุ้นธนาคารเริ่มรายงานกำไร นำโดย TISCO หุ้นเด่น เน้นธนาคารที่มี New S Curve Wealth mgt KBANK









