สถานการณ์ยังค่อนข้างตึงเครียด น้ำมันขยับขึ้นแรง เน้นระมัดระวังการลงทุน

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดลบ 138 จุด (-0.26%) สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งในตะวันออกกลาง สหรัฐฯประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวกมากถึง 9.6% กังวลอุปทานขาดแคลน โดยเมื่อคืนหุ้นสหรัฐฯกลุ่มที่บวกสวนได้แก่ Finance Retail Trade Energy

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

สถานการณ์ยังค่อนข้างตึงเครียดมีรายงานโจมตีกันในหลายๆจุดของพื้นที่ในตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็นคูเวต อิหร่าน และราคาน้ำมันดิบครั้งนี้หากดูการเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสะท้อนว่าตลาดค่อนข้างกังวลกับสงครามครั้งนี้ และสำคัญกว่านั้นก็คือหากหลังจากนี้มีการพูดคุยกัน นักลงทุนจะเชื่อหรือไม่เพราะในรอบก่อนหน้าก็พูดคุยกันและสุดท้ายก็กลับมาโจมตีกันอีกครั้งเมื่อคืนนี้ Bond Yield สหรัฐฯพุ่งขึ้นแรงในอายุ 2 ปีและ 10 ปีมองเป็นปัจจัยกดดันทุกๆสินทรัพย์ (ทองคำ ตลาดหุ้น ตราสารหนี้) คืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) Consensus คาดไว้ที่ 3.8%YoY แต่หากต่ำกว่าคาดการณ์อาจหนุนตลาดหุ้นเพียงระยะสั้นเพราะจะกลับมากังวลกับเงินเฟ้อช่วงถัดไป

ปัจจัยในประเทศ

ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆในภาพใหญ่ แต่วานนี้ SET +0.4% ค่อนข้างดีเพราะหลายๆประเทศปรับลง แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์สงครามบานปลายก็เชื่อว่าเสี่ยงจะปรับลงและด้วย Valuation ที่สูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงประกอบกับวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิเพียงเล็กน้อย 147 ล้านบาท

ประเมิน SET กรอบ 1610 – 1640 เช้านี้ Kospi -0.55% และน้ำมันขยับขึ้นมองเป็นปัจจัยกดดัน ในกลยุทธ์ยังเน้นเลือกเงินสดเพิ่มมากขึ้น ส่วนหุ้นแนะนำระยะสั้นเลือกที่ พลังงาน (PTTEP PTT) หุ้นอิงกับภายใน (CPALL CPN HMPRO BBL KBANK KTB) กลุ่ม Defensive (ADVANC PR9) และอาจหลีกเลี่ยง DELTA กับ สายการบิน โรงไฟฟ้า

TOP PICK

BBL ซื้อ ราคาเป้าหมาย 213 Bt

BBL ยังสามารถจ่ายเงินปันผลเท่ากับในปี 2025 ที่ 10 บาท เพราะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง

PR9 ซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 Bt

ราคาหุ้น Undervalued ปัจจุบันซื้อขายที่ 15.4x PE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18.2x PE’26E และมองกำไรยังโตได้ระดับ +5% ต่อปี

- Advertisement -