เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 1.87 จุด (-0.11%) ปิดที่ 1,626 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 239 หลักทรัพย์, ปรับลง 216 หลักทรัพย์) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน ทรัมป์ขู่เก็บค่าธรรมเนียม 20% กับเรือทุกลำที่วิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลุ่มที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มสายการบิน (THAI, BA, AAV, AOT), กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB, BBL) และ ไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR) ส่วนหุ้นที่ปรับขึ้นพยุงดัชนี คือ สื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มน้ำมัน (PTTEP, PTT), กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่นคือ
PTTEP (+2.13%), PTT (+1.32%) ราคาหุ้นปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กังวล Supply ตึงตัวหลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซและสหรัฐตอบโต้ด้วยการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านและสั่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากเรือที่วิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์ Brent เพิ่มขึ้น 3$/bbl (+3.9%)
ADVANC (+1.60%), TRUE (+0.74%)
นักลงทุนเข้าสะสมคาดหวังงบ 2Q26F ทำ new high ต่อเนื่องและมอง TRUE กับ ADVANC เป็นหุ้นปันผลอิงสถิติในอดีตราคาหุ้นมักจะ outperform ตลาดก่อนประกาศงบ 2Q26F และ ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล
BGRIM (-2.56%), GPSC (-0.51%), GULF(-0.39%)
มีจิตวิทยาลบกดดันจาก 3 ปัจจัย คือ 1) กังวลราคาก๊าซเร่งตัวตามราคาน้ำมันกระทบกำไรโรงไฟฟ้า SPP, 2) วิตก FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยเนื่องจากเงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นตามราคาพลังงาน และ 3) ค่าเงินบาทอ่อนค่าเสี่ยงทำผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขาดทุน FX เนื่องจากมีหนี้ส่วนใหญ่เป็น US Dollar
MTC (-2.27%), SAWAD (-2.97%), TIDLOR (-1.55%)
วิตก FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยเนื่องจากเงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นตามราคาพลังงานส่งผลให้ US Bond yield 10 ปี เร่งทะลุ 4.6% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 เดือน เป็นจิตวิทยาลบกดดันหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์โดยตรง









