KS Daily View 17 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,620-1,645 จุด ยังมีแรงปรับพอร์ตหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ผสานความไม่แน่นอนในตะวันออกลาง อย่างไรก็ดียังคงเห็นกระแสเงินไหลเข้าช่วยพยุง กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นที่แนวโน้มกำไรเด่น วันนี้แนะนำสะสม IT, ERW
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,635.29 เพิ่มขึ้น 5.08 จุด (+0.31%) แรงซื้อในกลุ่มโรงกลั่น, ปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ สลับแรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 3,405 ลบ. (ซื้อ 11 วันติดต่อกัน) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,620 – 1,645 จุด โดยภาพตลาดโลกยังได้รับแรงกดดันการแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตลาดกังวลต่อความคุ้มค่าจากเม็ดเงินลงทุนที่อยู่ในระดับสูงมาก ท่ามกลางการรายงานงบของ TSMC ที่ยังเติบดีก็ตาม นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ยังทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีระหว่างกัน และอิหร่านมีการขู่ในการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน เหตุการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent แกว่งบริเวณ 84+/- เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรเกาะติดใกล้ชิด ส่วนด้านปัจจัยในประเทศยังคงแนะติดตามการพรีวิวผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
โดยกลยุทธ์เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และมีปันผลสูง รวมทั้งหุ้น Mid –Small Capที่ยังคง Laggard แต่มีสตอรี่เด่น โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ IT, ERW
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมูลค่า 2.24 แสนล้านบาทเข้าสู่ทางแยกสำคัญ หลังเอกชนคู่สัญญาแจ้งขอยกเลิกสัญญา โดยภาครัฐเตรียมเสนอ ครม. ในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อเลือก 2 ทางเลือก ได้แก่ การแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ. ซึ่งจะช่วยให้โครงการเดินหน้าก่อสร้างได้เร็วที่สุด หรือการยุติสัญญาและหาแนวทางดำเนินโครงการใหม่ หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ โดยหาก ครม. อนุมัติการแก้ไขสัญญาจะเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคม EEC ขณะที่กรณียุติสัญญาจะเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในพื้นที่ EEC ในระยะสั้น
- Shrimp Board เตรียมผลักดันอุตสาหกรรมกุ้งไทยเป็นวาระแห่งชาติในช่วงปี 2569-70 เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตสูงและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน โดยเสนอจัดตั้ง “กองทุนอุตสาหกรรมกุ้ง” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในยามวิกฤติ พร้อมขอภาครัฐสนับสนุนค่าตรวจสารตกค้างสำหรับรายย่อย หลังมาเลเซียเข้มงวดมาตรการนำเข้า ขณะที่ราคากุ้งเริ่มฟื้นตัวจนเกษตรกรกลับมามีความมั่นใจในการเลี้ยงมากขึ้น ถือเป็นบวกต่อกลุ่มผู้ส่งออกอาหารทะเลและผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ เช่น CPF, TU, ASIAN จากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกุ้งไทยและความพยายามของภาครัฐในการลดต้นทุนและสนับสนุนการส่งออกในระยะยาว
- ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอแผนดึงบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ โดยเฉพาะบริษัทลูกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ PCB ที่เข้ามาลงทุนในไทย ให้เข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เพื่อเพิ่มสัดส่วนหุ้นกลุ่ม New Economy และยกระดับตลาดทุนไทยจากภาพลักษณ์ Old Economy สู่ศูนย์กลางการระดมทุนของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดย ตลท. และ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างจัดทำกรอบกติกาเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการเข้าจดทะเบียน ถือเป็นบวกเชิงโครงสร้างระยะยาวต่อตลาดทุนไทยและกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการลงทุนด้านเทคโนโลยีเข้าสู่ไทยมากขึ้น
- นายกฯ และทีมเศรษฐกิจใช้เวทีพบผู้แทนบริษัทชั้นนำยุโรปกว่า 40 แห่ง ย้ำทิศทางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมอนาคต โดยเปิดทางให้ทุกภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA ได้โดยตรง จากเดิมจำกัดเฉพาะ Data Center พร้อมเตรียมประกาศแผน PDP ฉบับใหม่ภายใน 2 เดือน และเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและดึงดูด FDI คุณภาพสูงเข้าสู่ไทย ถือเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและพลังงานสะอาด (AMATA, WHA, GULF, BGRIM, WHAUP, GUNKUL จากความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
IT: ราคาพื้นฐาน 9.69 บาท
- เราชอบ IT City จากสถานะทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง ซึ่งเอื้อต่อการขยายส่วนแบ่งตลาดในอนาคต ปัจจัยหนุนจากวัฏจักรการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนรอบใหม่และการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งยกระดับอัตราความสามารถในการทำกำไร
- คาดกำไรปกติจะเติบโตที่ CAGR 3 ปี 32.5% โดยมีรายได้เติบโตที่ CAGR 11% พร้อมทั้งรักษา GPM ให้อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
- เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP ที่ 9.69 บาท เรามองว่า IT City เป็นหุ้น turnaround จากกำไรที่เติบโตชัดเจนและซื้อขายระดับถูกที่สุดในกลุ่มแก็ดเจ็ต
ERW: ราคาพื้นฐาน 3.02 บาท
- แนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งโดยผู้บริหารคาดว่า RevPar ของโรงแรมตั้งแต่ระดับหรูจนถึงระดับประหยัดจะเติบโตประมาณ 5.0% YoY จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 76%
- มาตรการภาครัฐฯในการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย เตรียมเข้ามาพยุงในช่วง 4Q26 เป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรมในไทย
- สัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างสูง (13% ของรายได้ที่ไม่รวม HOP INN) เป็นปัจจัยบวก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ ทำให้มีความอ่อนไหวต่อการปรับขึ้นของค่าโดยสารเครื่องบินน้อยกว่านักท่องเที่ยวระยะไกล
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันศุกร์ ติดตามยอดการเริ่มสร้างบ้าน US เดือน มิ.ย. คาด +12.5%MoM พลิกจาก -15.4%MoM ในเดือน พ.ค., ยอดใบอนุญาตก่อสร้าง US เดือน มิ.ย. -0.7%MoM จาก -0.9% ในเดือน พ.ค., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US คาด +0.2%MoM จาก +0.1%, ดัชนีความเชื่อมั่น US จาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ค. คาดที่ 51.0 ขึ้นจาก 49.5 ในเดือน มิ.ย. และฝั่งยุโรปเกาะติดดัชนี CPI ของยูโรโซน มิ.ย. คาดที่ +2.8%YoY









