KKP โชว์ผลงานแกร่ง! กำไรไตรมาส 2/2569 พุ่งทะยาน 50.6% แตะ 2,122 ล้านบาท ชูความสำเร็จการกระจายรายได้ธุรกิจตลาดทุน พร้อมคุม NPL ลดลงเหลือ 3.5%

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในกลุ่มธุรกิจตลาดทุนและการบริหารความมั่งคั่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 4,078 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 65.0

ธนาคารมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยพุ่งสูง ในไตรมาส 2/2569 รายได้ส่วนนี้เติบโตร้อยละ 36.3 โดยมีปัจจัยหลักจากการขยายตัวของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รายได้จากการให้บริการทางการเงินและการลงทุนดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Dime! รวมถึงค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาด ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว มีจำนวน 4,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.4 แม้รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อจะปรับลดลงตามมาตรการปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูงและการลดลงของดอกเบี้ยนโยบาย แต่ธนาคารสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 4.6

ด้านสินเชื่อรวมขยายตัวร้อยละ 3.1 จากสิ้นปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบรรษัท (Corporate Loan) ที่เติบโตร้อยละ 23.8 และสินเชื่อ Lombard ที่เติบโตก้าวกระโดดถึงร้อยละ 97.9 ขณะที่กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงหดตัวร้อยละ 4.7 ตามนโยบายการขยายตัวอย่างระมัดระวัง

ธนาคารประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยค่า (NPL Ratio) ปรับลดลงเหลือร้อยละ 3.5 จากร้อยละ 4.3 ณ สิ้นปี 2568 ขณะเดียวกันได้ยกระดับความเชื่อมั่นด้วยการเพิ่มอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยค่า (Coverage Ratio) สู่ระดับร้อยละ 150.7 ด้านความมั่นคงของเงินกองทุนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น (BIS Ratio) ที่ร้อยละ 16.27 (หากรวมกำไรสุทธิไตรมาส 2) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมาก

นอกจากนี้ ธนาคารความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน (ESG) และยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนด้วยคะแนน SET ESG Ratings ระดับ AAA ในปี 2568 และ MSCI ESG Ratings ระดับ AA ในปี 2569 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ ‘Enhancing Implementation’ เพื่อบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่สามารถกระจายรายได้อย่างสมดุล แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างจำกัดที่ร้อยละ 2.1 แต่เราสามารถใช้จุดแข็งจากธุรกิจตลาดทุนและนวัตกรรมดิจิทัลอย่าง Dime! เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ในระยะข้างหน้าเรายังคงยึดหลักความรอบคอบในการขยายสินเชื่อคุณภาพ (Selective Growth) และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่นักลงทุนและสังคมไทยอย่างแท้จริง

#KKP #KiatnakinPhatra #KKPResearch

- Advertisement -