AAI ส่งสัญญาณฟื้นตัวแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิโต 29.5% จากไตรมาสก่อนหน้า รับอานิสงส์ดีมานด์อาหารสัตว์เลี้ยงในอเมริกาเหนือเริ่มกลับมา พร้อมเดินหน้าเปิดคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ในไตรมาส 3 นี้

บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI ผู้นำด้านการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารพร้อมทานชั้นนำ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 178 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,600 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 2.7 (QoQ) สะท้อนถึงการทยอยฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจหลัก

ในไตรมาส 2 ปี 2569 แม้รายได้จะปรับตัวลดลงร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากผลกระทบของค่าเงินและวิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ผลประกอบการแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนในเชิงไตรมาส โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงตามการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งรายได้จากตลาดดังกล่าวขยายตัวถึงร้อยละ 21.1 จากไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ร้อยละ 15.9 เทียบกับร้อยละ 11.2 ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตและลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย

ภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 3,158 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 315 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.15 บาท โดยผลประกอบการครึ่งปีแรกคิดเป็นความคืบหน้าแล้วร้อยละ 41.9 ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 7,600 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 AAI ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และมีส่วนของผู้ถือหุ้นแข็งแกร่งที่ 4,857 ล้านบาท นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 377 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายตัวของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการลงทุน กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงรายการใหม่รวม 77 รายการในไตรมาสล่าสุด และมีความคืบหน้าในการลงทุนโครงการคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบและคาดว่าจะเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับอุปสงค์ที่จะเพิ่มขึ้น

บริษัทฯ เปิดเผยว่า แม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับปัจจัยท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาวัตถุดิบปลาทูน่า แต่บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากกระแส Pet Humanization หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันความต้องการสินค้าคุณภาพสูงและมีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี AAI จะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป ควบคู่ไปกับการรักษาส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

#AAI #หุ้นAAI #monchou #Hajiko #Pro

- Advertisement -