SPVI กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 พุ่ง 148.77% แตะ 52.64 ล้านบาท อานิสงส์บริหารต้นทุนเฉียบขาดและยอดขาย Mac หนุน
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 52.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 148.77 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและความท้าทายจากข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทฯ ยังคงแสดงศักยภาพในการสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับตัวในช่องทางการจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,961.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.26 จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้า Mac และ Non-Apple ผ่านช่องทางร้านค้าและออนไลน์ แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนสินค้าบางรายการในระหว่างไตรมาสก็ตาม ในขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,992.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.37 และมีกำไรสุทธิรวม 106.88 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 164.62 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งปรับตัวขึ้นจากร้อยละ 10.07 เป็นร้อยละ 11.57 ในไตรมาสนี้ อันเนื่องมาจากการได้รับส่วนลดต้นทุนสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple
นอกจากนี้ บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงร้อยละ 3.06 เหลือ 172.03 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงโครงสร้างสาขา โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสาขาเปิดให้บริการรวม 62 สาขา การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและการบริหารต้นทุนบุคลากรและค่าเสื่อมราคาอย่างเป็นระบบ ช่วยให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมลดลงเหลือร้อยละ 8.77
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 SPVI มีสินทรัพย์รวม 1,186.03 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 687.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.65 จากสิ้นปี 2568 แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวดจำนวน 58 ล้านบาทก็ตาม ในด้านสภาพคล่อง บริษัทฯ ยังคงรักษาการบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ดี โดยมีวงจรเงินสดอยู่ที่ 14 วัน และมีระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยลดลงเหลือ 27 วัน ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการระบายสินค้าและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
บริษัทฯ ระบุว่า “แม้ในไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทฯ จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้าหลักอย่าง iPad และ Mac ของ Apple แต่สินค้าดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจในระดับสูง บริษัทฯ มุ่งเน้นการปรับตัวผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าเป็นรายล็อตเพื่อรับมือกับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมขยายตัวในกลุ่มลูกหนี้ให้บริการสินเชื่อ (Non-Bank) และช่องทาง Marketplace เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการรับรู้รายได้และรักษาระดับกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”









