SIS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิพุ่ง 40% แตะ 268 ล้านบาท รับอานิสงส์ดีมานด์โครงสร้างพื้นฐาน AI และธุรกิจพลังงานสะอาดเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีผลกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 268 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 8,116 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.96 สะท้อนความสำเร็จในการบริหารพอร์ตสินค้าที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลและพลังงานหมุนเวียน แม้ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 15,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.57 และมีกำไรสุทธิรวม 525 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 33.71 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มสินค้ามูลค่าสูง (Value Products) และกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร

- กลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ (Commercial): สร้างรายได้ 2,028 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 21.22 โดยได้รับปัจจัยบวกจากกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เร่งจัดซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อรองรับ Hybrid Work และ AI ประกอบกับภาวะการขาดแคลนและราคาหน่วยความจำ (Memory) ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดการเร่งตัดสินใจลงทุนเพื่อควบคุมงบประมาณ
- กลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัยสารสนเทศ (Cybersecurity): มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 48.77 แตะระดับ 363 ล้านบาท สอดคล้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้นและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด
- กลุ่มสินค้าพลังงานสะอาด (Energy): มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 272.2 โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาษีส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ของภาครัฐ ซึ่งบริษัทฯ ได้ขยายศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ 13 แห่งทั่วประเทศเพื่อรองรับดีมานด์นี้
- กลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value): โดยรวมมียอดขาย 2,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.93 และมีกำไรขั้นต้นเติบโตร้อยละ 20.24 ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่บริษัทฯ มุ่งเน้นเพื่อยกระดับอัตรากำไรโดยรวม
ในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยสามารถลดระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO) จาก 67.31 วันในปีก่อน ลงมาอยู่ที่ 65.22 วันในงวดปัจจุบัน แม้จะมีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อสำรองสินค้าคงเหลือ (Inventory) มูลค่า 5,906 ล้านบาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนสินค้าและราคาที่ผันผวน แต่บริษัทฯ มีแผนปรับลดระดับการกู้ยืมลงเมื่อสถานการณ์ตลาดกลับสู่ภาวะปกติ
นอกจากผลประกอบการทางการเงิน SIS ยังตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนด้วยการได้รับคัดเลือกเข้าสู่ ESG100 Universe ประจำปี 2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์ และเริ่มต้นโครงการนำร่องใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) ในการกระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นายสมชัย เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองและหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค แต่บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีของภาคธุรกิจ โดยระบุว่า “ความมุ่งมั่นของ SIS คือการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันผ่านกลยุทธ์สินค้ากลุ่ม Value และนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น AI, Robotics และพลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้นักลงทุน แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืนภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม”
#SiS #หุ้นSiS #เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น #SiSThai #SiSDistribution #SiSCloud #FlexCloud









