TURBO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 โตแกร่ง 69.5% แตะ 154 ล้านบาท พร้อมบริหารคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ TURBO ปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 และภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุผลกำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 154.1 ล้านบาท เติบโต 69.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิรวม 329.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5%YoY ท่ามกลางการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่มีคุณภาพและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 TURBO มีพอร์ตสินเชื่อสุทธิรวม 11,984.3 ล้านบาท เติบโต 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า บริษัทสามารถทำรายได้รวมในไตรมาสนี้ได้ 859.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% YoY ซึ่งถือเป็นรายได้รายไตรมาสที่สูงที่สุดของบริษัท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และความสำเร็จในการกระจายแหล่งรายได้ (Revenue Diversification) โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่มีรายได้อยู่ที่ 114.8 ล้านบาท เติบโต 35.7% YoY ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 15% ของรายได้รวม
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทมีการปรับตัวดีขึ้นในทุกมิติ โดยอัตราส่วนหนี้เสีย (% Stage 3) ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 3.49% จาก 3.96% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ระดับความเพียงพอของการตั้งสำรอง (NPL Coverage Ratio) ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 117.7% จากการพิจารณาตั้งสำรองส่วนเพิ่ม (Management Overlay) เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับงบการเงินในระยะยาว ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน บริษัทสามารถบริหารจัดการให้ลดลง 14.7%YoY เหลือเพียง 89.1 ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนด้วยเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า
บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการดำเนินงานตามหลัก ESG โดยปัจจุบัน TURBO มีฐานทุนที่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.35 เท่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.39 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 ภายหลังจากการระดมทุน IPO พร้อมกันนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายสาขากว่า 1,004 แห่ง ใน 54 จังหวัด โดยยึดหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าฐานรากในระยะยาว
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยสามารถเร่งการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อไปพร้อมกับการลดสัดส่วนหนี้เสีย สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไป บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ระมัดระวัง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีเพื่อลดอัตราส่วน Cost to Income การขยายฐานรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย และการเตรียมความพร้อมเชิงโครงสร้างสู่มาตรฐานสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา (Development Banks) เพื่อสร้างความมั่นใจและความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน









