AAV รายงานรายได้จากการขายและบริการไตรมาส 2/2569 เติบโต 2% ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนน้ำมันโลก พร้อมรุกกลยุทธ์บริหารจัดการที่นั่งและสภาพคล่องรับการท่องเที่ยวฟื้นตัวปลายปี
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 และภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุว่าบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการไว้ได้ที่ 10,045.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากราคาน้ำมันอากาศยานในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์และการอ่อนค่าของเงินบาท ทั้งนี้ บริษัทยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดในประเทศด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 37 และยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการด้วยอัตราความตรงต่อเวลา (OTP) ที่สูงถึงร้อยละ 88
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 AAV มีรายได้รวม 10,368.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 จากปีก่อนเนื่องจากฐานกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายได้จากตั๋วโดยสารเติบโตร้อยละ 6 อยู่ที่ 8,575.0 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับราคาค่าโดยสารเฉลี่ยขึ้นร้อยละ 27 มาอยู่ที่ 2,127 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 11,873.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 เป็น 5,010.6 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงถึง 182.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 124 ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 25.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 96 และรายงานผลขาดทุนสุทธิ 2,326.0 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 AAV มีรายได้รวม 24,425.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 และมีผลขาดทุนสุทธิสะสม 1,485.2 ล้านบาท โดยยังคงมี EBITDA ที่แข็งแกร่งจำนวน 3,758.9 ล้านบาท
ด้านการบริหารจัดการฝูงบินและฐานะทางการเงิน สายการบินได้ปรับลดปริมาณที่นั่งรวมลงร้อยละ 13 ในไตรมาสนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางตามฤดูกาลและเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำกำไร โดยเน้นจัดสรรเครื่องบินไปยังตลาดที่มีผลประกอบการดี เช่น เวียดนาม จีน และอินเดีย ขณะที่งบฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 78,987.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากสิ้นปี 2568 และมีการออกหุ้นกู้ชุดใหม่มูลค่า 3,815.3 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน เพื่อเสริมสภาพคล่องและคงความยืดหยุ่นทางการเงิน
นายไพรัชล์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์และการดำเนินงานในอนาคต AAV ว่า “ในครึ่งปีหลัง บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการปริมาณที่นั่งและกระแสเงินสดอย่างรัดกุม โดยจะรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับสูงกว่าร้อยละ 80 พร้อมใช้กลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Dynamic Pricing เพื่อให้ค่าโดยสารเฉลี่ยในประเทศสูงกว่า 1,600 บาท แม้เศรษฐกิจมหภาคจะมีความผันผวน แต่เราคาดหวังแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ โครงการ ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ และ ‘Fly Thai All the Feelings’ ที่จะเริ่มในเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของความต้องการเดินทางในไตรมาสสุดท้ายของปี”
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ควบคู่ไปกับการรักษาความเป็นเลิศด้านการบริการต่อไป









