บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

อาจค่อยๆขึ้น ด้วยแรงหนุนจาก GDP // 1,605–1,625

คาด SET Index จะ Sideways to Sideways up: มองแรงหนุนจากการประกาศตัวเลข GDP ไทยแต่ยังต้องจับตาความไม่แน่นอนในภาพสงครามตะวันออกกลางใกล้ชิด

กลยุทธ์การลงทุน

  1. คาด 2H69 เติบโตต่อ: GLOBAL, HMPRO, ITC, MINT, PSL, TCAP,SINGER, KCE, BH, TU, SAWAD, GPSC, PRM
  2. รับ GDP + มาตรการภาครัฐ: AWC, CENTEL, SCC, ERW, CPALL, BJC, CPAXT, M, CPN
  3. สะสมรับ Thailand Focus : PTT, PTTEP, GULF, ADVANC, AOT, BBL, BDMS, BTS, SCB, BJC, SCC

จับตา GDP ไทย อาจสร้างแรงหนุนให้หุ้น Domestic : ในวันนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมประกาศตัวเลข GDP ไทยใน 2Q69 ประเด็นที่น่าจับตามอง คือ เมื่อ GDP ไตรมาสก่อน ขยายตัวถึง 2.8% ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.2% และเป็นระดับที่ยังขยายตัวได้ดี (แม้มีฐานที่สูงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน) ทำให้ตลาดอาจคาดหวังการขยายตัวของ GDP ไทยในไตรมาส 2 มากขึ้น เนื่องจากมีแรงหนุนจากเม็ดเงินในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งมาพร้อมกับภาพการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวแบบ Double Digit ทำให้ปัจจุบันดัชนีหุ้นในกลุ่มค้าปลีก และ นิคม ปรับตัวขึ้นมาตอบรับจากช่วงต้นเดือน เม.ย.กว่า 7.02% และ 12.03% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับที่เราคาด GDP ไตรมาสนี้อาจขยายตัวได้สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.7% จึงมองยังเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก และ นิคมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดียังมีความเสี่ยงจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงเข้ามาจำกัดการขยายตัวของ GDP ไตรมาสนี้ และ อาจกดดันต่อเนื่องไปสู่ไตรมาส 3 หากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ จึงยังแนะนำจับตาภาพสงครามใกล้ชิดควบคู่กับระดับราคาน้ำมันในประเทศ และ ภาพการคาดการณ์ GDP ไทยทั้งปี 69

สงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทางออก : ระดับราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้อยู่ที่ 82.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความคืบหน้าล่าสุด สหรัฐฯเตรียมประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเขตแดนของสหรัฐฯ แต่แหล่งข่าวของอิหร่าน และ โอมาน เผยว่าสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เหลือรอขั้นตอนการอนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และจะประกาศอย่างเป็นทางการภายในอาทิตย์นี้ มองยังต้องจับตาถึงท่าทีของสหรัฐฯว่าจะเห็นชอบกับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ หากไม่เห็นชอบยังมีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันดิบ WTI จะยังยืนเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นบวกต่อหุ้นพลังงานและโรงกลั่น

ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ : US – FOMC Meeting Minutes/ S&P Global Manufacturing PMI(Aug) CN – Industrial Production (Jul), ประกาศ FTSE Rebalance

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(-) ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ (China Trading Desk) ปรับลดคาดการณ์การเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนในปี 2569 ลงเกือบ 3% จากประมาณการเมื่อเดือนมิ.ย. เหลือ179ล้านครั้ง และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในประเทศปลายทางประมาณ 2.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มองเป็นลบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย

(-) รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุชื่อเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย สหภาพยุโรป (EU) และอื่นๆในบัญชีรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้าหรือการส่งผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) ที่เชื่อมโยงกับสินค้าจีน

(+) รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผยยังเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport โดยคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนโครงการในวันที่ 19 ส.ค.69 และจะเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 28 ส.ค. 69 เปิดใช้งานจริงภายในวันที่ 31 ส.ค.69

(+) บีโอไอเผยยอดเงินลงทุนจริงในไตรมาส 2 ปี 2569 มีมูลค่ากว่า 255,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

Picks of the day

CPN (BUY)

  • เป้าหมาย: 68.00 / 69.00 แนวรับ: 65.00 / 66.00
  • กำไรสุทธิ 2Q69 ออกมาแข็งแกร่ง
  • แนวโน้ม 2H69 เติบโตต่อเนื่อง

PTT (BUY)

  • เป้าหมาย: 41.00 / 41.50 แนวรับ: 39.00 / 39.50
  • กำไรโตทั้ง q-q, y-y
  • หุ้นปันผลระยะยาว
- Advertisement -