เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวลงตามอุปสงค์ในประเทศ ท่ามกลางการเร่งตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัว 1.9% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตที่ 2.8% ในไตรมาสแรกของปี ส่งผลให้ภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ย 2.4%

สำหรับการชะลอตัวในไตรมาสนี้มีปัจจัยหลักมาจากทั้งด้านการผลิตและการใช้จ่าย โดยใน ด้านการผลิต ภาคเกษตรกรรมขยายตัว 1.5% ชะลอลงจาก 2.0% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลผลิตสำคัญอย่างข้าวเปลือกและปาล์มน้ำมันลดลง ขณะที่ภาคนอกเกษตรขยายตัว 2.0% ชะลอลงจาก 2.9% ตามการลดความร้อนแรงของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตที่ขยายตัวเพียง 1.1% และกลุ่มบริการที่ขยายตัว 2.4% จากการชะลอตัวของสาขาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการค้าปลีก

ด้านการใช้จ่าย พบการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศอย่างเห็นได้ชัด โดยการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 1.9% ลดลงจาก 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มาอยู่ที่ระดับ 50.3 และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวเพียง 0.2% ชะลอลงจาก 3.4% ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งโดยขยายตัวถึง 13.4% เร่งขึ้นจาก 10.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ส้านักงาน โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์

ทางด้าน ภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวต่อเนื่องที่ 12.5% โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมตามความต้องการของตลาดโลก ขณะที่การนำเข้าขยายตัวเร่งขึ้นถึง 24.2% ส่งผลให้ดุลการค้าและบริการ ณ ราคาประจำปีขาดดุล 509.1 พันล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อปรับปัจจัยฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 ลดลงจากไตรมาสที่ 1/2569 ที่ 0.2% (QoQ SA)

ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า “แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสนี้จะเผชิญกับการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการลดลงของการลงทุนภาครัฐ 1.6% แต่การเร่งตัวของการลงทุนภาคเอกชนในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเครื่องจักร รวมถึงเสถียรภาพของการส่งออก ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ช่วยรักษาโมเมนตัมการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกไว้ได้ ซึ่งการปรับตัวของโครงสร้างสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมของภาคการผลิตไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต”

สศช. จะยังคงติดตามสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 26-29% และภาวะดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุล เพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่เหมาะสมในไตรมาสถัดไป ทั้งนี้มีกำหนดการเผยแพร่รายงาน GDP ไตรมาสที่ 3/2569 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569

#สภาพัฒน์ #จีดีพี #ThailandGDP #เศรษฐกิจไทย #NESDC

- Advertisement -