ซื้อ Bond สหรัฐ หนุนตลาดหุ้นทั่วโลก // 1,605–1,630
คาด SET Index ฟื้นตัว: แรงหนุนจากการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ ซึ่งช่วยให้ Bond Yield ปรับตัวลง มองหุ้น Big Cap ยังน่าสะสมรับปัจจัยบวกในระยะถัดไป และ การจัดงาน Thailand Focus 2026 ในสัปดาห์หน้า
กลยุทธ์การลงทุน
1) คาด 2H69 เติบโตต่อ: AMATA, BH, GLOBAL, GPSC, HMPRO, ITC, KCE, MINT, SAWAD, SINGER, TCAP, TU
2) หวังโครงการ/มาตรภาครัฐ: AWC, CENTEL, ERW, GUNKUL, GULF, KTB
3) Commodity plays: BCP, BRR, KBS, KSL, KTIS, PRM, PSL, PTTEP, RCL, SPRC, TOP
4) สะสมรับ Thailand Focus: AOT, BBL, BDMS, BJC, PTT, SCB, SCC
-
รายงานประชุมหลบไป จังหวะนี้ต้องซื้อ Bond : รายงานการประชุม FOMC ระบุการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดยังจำเป็น หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลง อย่างไรก็ดีเรามองน้ำหนักของรายงานการประชุมต่อตลาดมีน้อยลง แต่ตลาดหันไปให้น้ำหนักกับการที่สหรัฐประกาศจะขยายขีดจำกัดการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลจาก 2 เป็น 4 พันล้านดอลลาร์โดยเน้นพันธบัตรอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี ซึ่งสร้างผลบวก 2 ประการคือ เป็นการเสริมสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจสหรัฐ และ เป็นการเข้าควบคุม Bond Yields สหรัฐที่อยู่ในระดับสูง ล่าสุด Bond Yields สหรัฐอายุ 10 และ 30 ปี ปรับตัวลงมาที่ 4.64% และ 5.18% ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับในเชิงบวกหนุนตลาดหุ้นทั่วโลก
-
ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย แต่ทำไมเรายังมองเป็นโอกาสสะสม : กลุ่มนักลงทุนต่างชาติวานนี้ขายสุทธิหุ้นไทยไปกว่า 8.69 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ ส่วนนักลงทุนที่ซื้อสุทธิมากที่สุดวานนี้คือ นักลงทุนรายย่อย ขณะที่ภาพ SET50 Futures นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปกว่า 1 หมื่นสัญญา ทำให้วานนี้หุ้นใหญ่อย่าง DELTA ADVANC และ GULF ปรับตัวลงเป็น Top Impact Loser ซึ่งเมื่อพิจารณารายหลักทรัพย์ 1) DELTA ปรับตัวลงตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐ ซึ่งรับแรงกดดันจากทิศทาง Bond Yields หากแต่ผลประกอบการในช่วง 3Q69 จะเห็นการทยอยฟื้นตัวจากปัญหาการจัดหา Supplier ที่คลี่คลายรวมถึงการส่งมอบสินค้าจะทำได้ดีกว่าในไตรมาส 2 จึงมองการปรับตัวลงตาม Sentiment ลบยังเป็นโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นที่ผลประกอบการเร่งตัวในครึ่งหลังของปี 2) ADVANC ปรับตัวลงจากการขึ้นเครื่องหมาย XD แต่เมื่อพิจารณาจากราคาพื้นฐานเฉลี่ยจาก IAA Consensus ที่ 404.81 บาท พบว่ายังมี Upside จากราคาปิดวานนี้ถึง 11.82% ส่วน 3) GULF เรายังมองผลประกอบการในช่วง 2H69 และระยะยาวยังเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของธุรกิจ Data Center และ โครงการในมือ จึงมองเป็นจังหวะสะสมในหุ้นดังกล่าวได้ นอกจากปัจจัยหนุนเฉพาะตัวข้างต้นระยะถัดไปจะมีการจัดงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งจะช่วยหนุน SET ปรับตัวขึ้น ดังนั้นหุ้น Big Cap ที่มักมี Correlation กับดัชนีตลาดสูงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นตามรับการจัดงานดังกล่าว
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองรัฐมีแนวโน้มสานต่อโครงการ”ไทยช่วยไทย พลัส” รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ถือเป็นโมเมนตัมที่ดีกับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 69
(+) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เผยเตรียมสรุปตัวเลขเม็ดเงินอุดหนุนสำหรับครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะมากกว่า 5 หมื่นบาท มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด และ Solar Related Stock
(+) รองนายกเผยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางพิจารณาสิทธิประโยชน์ BOI ในกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ จากเดิมเน้นดึงดูดเงินลงทุน สู่การประเมินผลกระทบรอบด้าน มองเป็นบวกต่อภาพการเติบโตในระยะยาว
(-) ธปท. ชี้ “หนี้เสียใหม่” (New NPL) และหนี้ที่เคยปรับโครงสร้างแล้วกลับมาเสียซ้ำ (Re-entry) ใน 2Q69 สูงถึง 1.1 แสนล้านบาท สะท้อนความเปราะบางของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ
Picks of the day
GULF [BUY]
- เป้าหมาย: 66.00 / 67.00
- แนวรับ: 63.00 / 63.75
- โอกาสการเติบโตชัดเจน
- Data Center หนุนดีมานด์ไฟฟ้าต่อเนื่อง
KTB [BUY]
- เป้าหมาย: 45.00 / 46.00
- แนวรับ: 42.50 / 43.25
- ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ
- รับผลบวกจากดอกเบี้ยขาขึ้น









