ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

เงินบาทแข็งค่าสู่ 32.87 บาท/ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร

เงินบาทเปิดเช้าวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่ระดับ 32.87 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.04 บาท/ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาว หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ จาก 2 พันล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่ 9 ก.ย.ถึง 4 พ.ย. บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ลดลงสู่ 4.65% ดัชนีดอลลาร์ DXY ปรับตัวลงสู่โซน 98.8 จุด และราคาทองคำพุ่งสู่ 4,570 ดอลลาร์/ออนซ์ นักกลยุทธ์ Krungthai GLOBAL MARKETS คาดเงินบาทเผชิญ Two-way risk ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลางและนโยบาย FED โดยคาดแกว่งตัวในกรอบ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมง

ราคาทองคำในประเทศปรับลง 550 บาท บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สูงสุดรอบ 19 ปี

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศวันที่ 20 ส.ค.2569 ขายออกที่ 68,250 บาท ลดลง 550 บาทจากวันก่อน ขณะที่ตลาดโลกแกว่งตัวในกรอบ 4,325-4,363 ดอลลาร์/ออนซ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดรอบ 19 ปี โดยพันธบัตร 30 ปีแตะ 5.33% และ 10 ปีที่ 4.714% เพิ่มต้นทุนการถือครองทองคำผ่าน Opportunity Cost ขณะที่ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และ UAE ระงับการค้าและธุรกรรมการเงินกับอิหร่าน ช่วยหนุนราคาทองคำ นอกจากนี้ขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ เดือน ก.ค.2569 พุ่งสู่ 4.323 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดตั้งแต่ มี.ค.2564 ทำให้ยอดสะสมปีนี้ใกล้แตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ YLG แนะทยอยซื้อทองหากราคาพักตัวลงสู่ 4,311-4,203 ดอลลาร์ โดยตัดขาดทุนหากหลุด 4,203 ดอลลาร์

SET เปิดบวก 8.27 จุด ตลาดรีบาวด์หลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร

ดัชนี SET เปิดตลาดเช้าวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่ 1,618.23 จุด เพิ่มขึ้น 8.27 จุด หรือ +0.53% โดย CGSI คาดดัชนีจะอยู่ในกรอบ 1,605-1,635 จุด ตลาดรีบาวด์หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ช่วงพักเที่ยงดัชนีปิดที่ 1,615.26 จุด บวก 5.50 จุด (+0.34%) มูลค่าการซื้อขายราว 38,354.71 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 961.43 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยขายทำกำไร หุ้น IPO ใหม่ PHAT เข้าซื้อขายในตลาด mai ปิดที่ 1.92 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 4% จากราคา IPO 2.00 บาท

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

BEM (Last Price 7.25 บาท YTD return +36.79%)

BEM เผยผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน ส.ค.2569 เร่งตัวเป็น 5.2-5.8 แสนเที่ยว/วัน บริษัทรับมอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 21 ขบวน ตั้งแต่กลางปี 2570 รองรับสายสีส้มปี 2571 ทางด่วน SOE ขึ้นค่าผ่านทาง 15 ธ.ค.2569 และเริ่มรับเงินค่างานโยธาสายสีส้มตะวันตกงวด 1 ราว 2 หมื่นล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

OR (Last Price 12.4 บาท YTD return -8.15%)

OR รายงานขาดทุนสุทธิ Q2/2569 จำนวน 1,774.94 ล้านบาท เหตุบันทึก Stock Loss ราว 8,000-9,000 ล้านบาท และ NRV ราว 2,000 ล้านบาท ค่าการตลาดอยู่ที่ 0.74 บาท/ลิตร คาด Q3 ฟื้นตัว มีลูกหนี้กองทุนน้ำมัน 14,000-16,000 ล้านบาท และได้รับคืนแล้ว 7,000-8,000 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

MC (Last Price 2.92 บาท YTD return +7.35%)

MC ตั้งเป้ายอดขายงวดปี 2570 (ก.ค.69-มิ.ย.70) แตะ 4.8 พันล้านบาท โตจากงวดปีนี้ เหตุรุกทำการตลาดขยายฐานลูกค้า-ออกสินค้าใหม่ เดินหน้าพลิกโฉม “แม็คกรุ๊ป”-ปรับปรุงสาขา หวังเจาะกลุ่ม Gen Y-Gen Z พอร์ตรวมแตะ 80% ใน 3 ปีนับจากนี้ ลั่นคงรักษาอัตราการจ่ายปันผลให้ต่อเนื่อง (ที่มา: ทันหุ้น)

SAMART (Last Price 5.9 บาท YTD return +7.27%)

SAMART ผ่านบริษัทย่อย TEDA รับงานจาก EGAT ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500kV มูลค่ารวม 2,080.71 ล้านบาท ร่วมกับ ซิโนไฮโดร (สัดส่วน 52.94:47.06) มูลค่าส่วนของ TEDA 1,101.54 ล้านบาท ครอบคลุมสถานีเด่นชัย แม่เมาะ 3 และท่าตะโก กำหนดแล้วเสร็จ 24 เดือน (ที่มา: ทันหุ้น)

BGRIM (Last Price 18.8 บาท YTD return +33.33%)

BGRIM รุกประมูลโรงไฟฟ้า IPP SPP พลังงานหมุนเวียน และ Direct PPA รองรับ AI Data Center มีกำลังผลิตที่เปิดดำเนินการ 4,764 MW และอยู่อย่างพัฒนา 6,640 MW ปรับบทบาทสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ตั้งเป้าลงทุนต่างประเทศ 50% ของพอร์ต (ที่มา: ทันหุ้น)

HANA (Last Price 46.25 บาท YTD return +183.74%)

ตลาดหุ้นไทยพักเที่ยงวันที่ 20 ส.ค.2569 มีแรงขายทำกำไรใน HANA หลังราคาปรับขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ประกาศงบ Q2/2569 ขณะที่นักลงทุนซื้อหุ้น BDMS คาดแนวโน้มผลดำเนินงาน Q3/69 เติบโต และมีแรงซื้อกลับใน TTB หลังราคาปรับตัวลง (ที่มา: ทันหุ้น)

SSP (Last Price 4.96 บาท YTD return +54.04%)

SSP คาด Q3/2569 เติบโตจากไฮซีซันวินด์ฟาร์มและโครงการโซลาร์ LEO 2 ในญี่ปุ่น ลุ้นปิดดีลขายโรงไฟฟ้า Yamaga 34.5 MW มูลค่า 4,976.14 ล้านเยน ราวก.ย.2569 พัฒนาโรงไฟฟ้าขยะโคราช 2 โครงการ ก่อสร้างแล้ว 85% คาด COD ปลายปี 2569 และตั้งเป้ากำลังผลิต 1,000 MW ปี 2575 (ที่มา: ทันหุ้น)

CPALL (Last Price 46.75 บาท YTD return +8.09%)

CGSI ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,690 จุด จาก 1,630 จุด หลังปรับประมาณการกำไรสุทธิ SET ขึ้น 8% ในปี 69 กำไรสุทธบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 14% QoQ ใน Q2/69 นำโดยกลุ่มพลังงาน ถอด ERW และ CRC ออก เพิ่ม CPALL และ PTT เข้ารายชื่อ Top pick (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวสูงสุดเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง มีผลตั้งแต่ 9 ก.ย.2569 เพื่อกดดัน Yield ระยะยาวให้ปรับลง ด้าน Treasury Secretary Bessent ระบุมี “โอกาสสูง” ที่การขาดดุลงบประมาณสหรัฐฯ ได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ขณะที่ Fed Minutes เดือน ก.ค.ระบุเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัว
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับขึ้นมากกว่า 2% หลัง Trump ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม และขู่ประเทศที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน ทองคำ Spot ทะลุ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน และ Silver พุ่งสู่ 68.30 ดอลลาร์ หลังค่าเงินดอลลาร์และ Bond Yield ปรับตัวลง
  • หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่การอ้างสิทธิ์ว่างงานรายสัปดาห์ลดลงสู่ 206,000 ราย ดีกว่าที่ตลาดคาด และดัชนีภาคการผลิต Philadelphia Fed พุ่งเกินคาดในเดือน ส.ค.2569 Sweden’s Riksbank คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75% พร้อมส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นในอนาคต
Corporate & Earning
  • Walmart หุ้นร่วง 9.15% หลังรายงานผลประกอบการ Fiscal Q2 โดยให้แนวโน้มต่ำกว่าที่ Wall Street คาด สะท้อนภาพเศรษฐกิจแบบ K-shaped ที่ผู้บริโภคระดับล่างยังเผชิญแรงกดดัน ด้าน Alibaba หุ้น US-Listed ร่วง 5% หลังรายงานกำไรสุทธิ Q2 ลดลง 75% จากการใช้จ่าย AI แม้ธุรกิจ AI Cloud เติบโตแข็งแกร่ง Ross Stores เอาชนะประมาณการ EPS ถึง 0.72 ดอลลาร์ และรายได้เกินคาด พร้อมปรับเพิ่ม Outlook ปี 2569
  • Nvidia ประกาศให้สินเชื่อสนับสนุนสูงสุด 1.05 แสนล้านดอลลาร์แก่ OpenAI เพื่อเช่า Data Center ที่โอไฮโอ พัฒนาโดย SB Energy บริษัทในเครือ SoftBank ซึ่งมีแผนติดตั้ง GPU กว่า 1 ล้านตัว พร้อมลงทุนโดยตรง 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน SB Energy และจัดตั้งแพลตฟอร์ม Helix Digital Infrastructure ร่วมกับ KKR และ Kuwait Investment Authority โดย Nvidia มุ่งเป็น Preferred Power Partner สำหรับ AI Data Center
  • TSMC ปรับเพิ่ม Revenue Guidance ปี 2569 ขึ้นกว่า 40% ในสกุลดอลลาร์ และขยาย Capex Guidance สู่ 60-64 พันล้านดอลลาร์ เริ่มก่อสร้าง Fab ที่ 3 ในรัฐแอริโซนาเดือน พ.ค. รองรับชิป 2nm และ A16 คาด Mass Production ปี 2571 ด้าน Baidu หุ้นดิ่ง 12.73% หลังรายงานรายได้ Q2 ลดลง 4% YoY อยู่ที่ 31.33 พันล้านหยวน กำไรต่อหุ้นปรับตัวลง 47% พลาดประมาณการ Morgan Stanley ปรับลด Rating สู่ Underweight
  • Hyundai พิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานรัฐจอร์เจีย ภายใต้แผนลงทุน 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ถึงปี 2571 ด้าน Stripe เข้าซื้อกิจการ OpenRouter ที่ดำเนินธุรกิจตลาด AI Model เพื่อขยายสู่ภาคเทคโนโลยี AI Anthropicเพิ่ม Citigroup เป็น Lead Bank สำหรับ IPO ที่กำลังเตรียมการ และ Abbott ยอมจ่าย 670 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมผงทารก
Geopolitics & Risk
  • สหรัฐฯ เดินหน้า “Operation Economic Fury” กดดันเศรษฐกิจอิหร่าน โดย Bessent และ Trump ประกาศ Economic Operation กดดันอิหร่าน สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านดำเนินมาเกือบ 6 เดือน UAE ระงับการค้าและธุรกรรมการเงินกับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเส้นทางเดินเรือ
  • โจรสลัดโซมาเลียกลับมากลุ่มคุกคามเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้น เนื่องจากทรัพยากรบังคับการระดับภูมิภาคถูกเบี่ยงเบนไปยังความขัดแย้งดังกล่าว สร้างความกังวลแก่บริษัทเดินเรือ ราคาดีเซลในแคลิฟอร์เนียพุ่งสู่ 7 ดอลลาร์/แกลลอน จากผลกระทบของสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง
- Advertisement -