Dollar สหรัฐฯ และ Yield จะเป็นปัจจัยกำหนดตลาดจากนี้

MARKET UPDATE

DJIA คืนวันศุกร์ปิดบวก 518 จุด (+0.98%) ดัชนีฟื้นตัวระยะสั้นจากวันก่อนหน้าที่ปรับลงแรงและนักลงทุนเริ่มคาดหวังว่าจะมีการดูแลตราสารหนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.7% นักลงทุนยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ TSLA +5% GOOG +1.2% MSFT +0.4%

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในวันศุกร์เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มั่นใจกับสภาวะปัจจัยพื้นฐานของสหรัฐฯโดยเฉพาะเรื่องหนี้สินที่อยู่ระดับสูง งบประมาณขาดดุลนักลงทุนจึงเรียกร้องดอกเบี้ยที่มากขึ้นตามความเสี่ยง จากนี้จึงต้องจับตาดูท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯว่าจะเข้ามาช่วยดูแล BondYield หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าสหรัฐฯจะไม่ปล่อยให้ Bond Yield ขยับขึ้นแรงเพราะจะกดดันทั้งเศรษฐกิจและหนี้รัฐ แต่หากเลือกจะเข้ามาดูแลด้วยการเพิ่มปริมาณเงินหรือใดๆก็ตามที่เกี่ยวกับการซื้อพันธบัตร จะกดดัน Dollar อ่อนค่าแต่จะดีกับทองคำและตลาดหุ้นจากการที่ Bond Yield ลดลง

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยยังได้แรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติวันศุกร์ที่ผ่านมากลับเข้ามาซื้อสุทธิพร้อมเปิดสถานะ Buy ในตลาดอนุพันธ์ มากถึง 2.4 หมื่นสัญญาผสานกับปัจจัยพื้นฐานที่เป็นบวกจากกำไรที่ถูกปรับขึ้นและมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติ

วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1600 – 1625 เช้านี้ Kospi -0.7% อาจกดดัน Tech เล็กน้อย แต่เชื่อว่ากลุ่ม Value Stock จะทำผลงานได้ดี กลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุน อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KKP SCB TTB) การเงิน (MTC SAWAD) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM GULF)

TOP PICK

KKP ซื้อ ราคาเป้าหมาย 120 Bt

ผลการดำเนินงานใน 2Q26 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 2.2 พันล้านบาท (+51% YoY, +9% QoQ) จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง และ NPL ratio ลดลงที่ 3.5%

CPN ซื้อ ราคาเป้าหมาย 80 Bt

ปัจจัยบวกจากภาพรวมธุรกิจที่ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเปิดศูนย์ใหม่ที่ล่าสุดมีความชัดเจนถึงปี 2028

- Advertisement -