บล.พาย:
DATA CENTER
TOP PICK: INSET
การควบคุมของรัฐฯ ยังไม่กระทบการเติบโตระยะสั้น
การพยายามเข้ามาควบคุม Data Center ของภาครัฐยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการก่อสร้างโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไปแล้วจำนวน 42 โครงการ และเราคาดว่าในช่วง 1-2 ปีนี้จะยังไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดนัก เนื่องจากประเทศไทยต้องแข่งขันเพื่อดึงดูดนักลงทุนกับประเทศในอาเซียน ผนวกกับปัจจุบันยังไม่เห็นปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมจากการตั้ง Data Center เราชอบ INSET ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง Data Center สัญชาติไทยเพียงรายเดียว และยังชนะประมูลงานก่อสร้าง Hyperscale Data Center อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันราคาหุ้นปรับขึ้นมาใกล้เคียงมูลค่าพื้นฐาน 5.25 บาทแล้ว แนะนำ “ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว”
ความเสี่ยงของ Hyperscale Data Center ต่อโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อม
- AI Data Center ใช้ไฟฟ้ามากกว่า Data Center แบบปกติ 5-10 เท่า แม้ประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองอยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5.4 หมื่น MW และปี 2026 มีการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 3.6 หมื่น MW คิดเป็นเพียง 67% ของกำลังการผลิต แต่ปัญหาหลักอยู่ที่สายส่งไฟฟ้าในพื้นที่กระจุกตัว อาทิ EEC (ชลบุรี และระยอง) อาจยังรองรับไฟฟ้ามหาศาลตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงภาคครัวเรือนไม่ได้
- ระบบทำความเย็นของ Data Center ขนาดใหญ่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก การดึงน้ำไปใช้ใน Data Center อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในการแย่งชิงน้ำกับภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ EEC
- แม้รัฐบาลมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงจากผู้ผลิต (Direct PPA) แต่ปัจจุบันยังติดข้อกฎหมายที่มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้รับซื้อรายเดียว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำลังเริ่มโครงการนำร้องเพื่อให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถขายไฟฟ้าแก่ Data Center โดยตรงได้ กำลังไฟฟ้ารวมทั้งประเทศเริ่มต้นที่ 2,000 MW
- วงจรชีวิตของเซิร์ฟเวอร์มีอายุสั้นลง (ต้องเปลี่ยนใหม่ทุก 3-5 ปี) ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีแผนในการรับมือขยะอิเล็กทรอนิกส์ระดับอุตสาหกรรม
ปัจจุบันยังไม่ต้องได้รับการอนุมัติจาก EIA
ปัจจุบันกฎหมายการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของไทยยังไม่ได้กำหนดให้อุตสาหกรรม Data Center เป็นประเภทกิจการที่ต้องทำ EIA โดยมักถูกจัดรวมในหมวดอาคารทั่วไป ทำให้เกิดความกังวลเรื่องมลพิษทางเสียงจากเครื่องปั่นไฟและมลพิษทางความร้อนที่ปล่อยสู่อากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนอาศัยหนาแน่นอย่างเช่นในกรุงเทพฯ
การควบคุม Data Center ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อออกกฎเกณฑ์ก่อนอนุญาต และกำกับดูแลผลกระทบด้านพลังงาน, น้ำ, ผังเมือง และสิ่งแวดล้อมโดยตรง
- รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานบอร์ด BOI สั่งให้ทบทวนนโยบายและสิทธิประโยชน์ BOI สำหรับ Data Center ใหม่ทั้งหมด เราคาดว่าจะมีผลเฉพาะโครงการใหม่ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ ปัจจุบันมีโครงการ Data Center ที่ผ่านการอนุมัติจาก BOI แล้ว 42 โครงการ โดยมี 16 โครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง
- การบังคับใช้ EIA กับ Data Center ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบ
- การเรียกเก็บค่าไฟฟ้ากับผู้ประกอบการ Data Center ในอัตราที่สูงกว่าอัตราปกติยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินอัตราที่เหมาะสม
จากปัจจัยข้างต้นจะเห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการออกมาตรการควบคุมการสร้าง Data Center ที่เข้มงวด แต่เริ่มส่งสัญญาณรับรู้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากมี Hyperscale Data Center จำนวนมากเข้ามาตั้งในเขตเศรษฐกิจทั้งกทม. และ EEC
การควบคุมยังไม่ส่งผลกระทบในระยะสั้น
เรามองว่าในช่วง 1-2 ปีนี้ ภาครัฐอาจจะยังไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดนัก เนื่องจากปัจจุบันไทยกำลังอยู่ในช่วงดึงดูดนักลงทุนระดับ Hyperscaler เพราะหากไทยรีบออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเกินไป กลุ่มนายทุนอาจโยกเงินไปลงทุนในประเทศใกล้เคียง อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม ผนวกกับการจะควบคุมอุตสาหกรรมใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง ต้องใช้เวลาในการแก้กฎหมาย และปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เห็นปัญหาจากการตั้ง Data Center ที่เป็นรูปธรรม








