ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
รีบาวด์ได้บ้าง… ติดตามผลประชุม กนง. บ่ายวันนี้
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงต่อ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.31% เนื่องจาก i) ปัจจัยภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกยังอึมครึม ไม่ว่าจะเป็นความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ ผนวกกับความไม่ชัดเจนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ii) เมื่อวานบ่าย ราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์เริ่มไหลลง สะท้อนข่าวว่าอิหร่านและปากีสถานมีความคืบหน้าในการเจรจา ‘Islamabad Accord’ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรฯ เผชิญแรงขายมากขึ้น
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ รีบาวด์ แต่ตลาดยังเปราะบางอยู่… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว สะท้อนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับลงค่อนข้างแรง หลังจากระดับของยีลด์ที่สูงมากเริ่มกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนในบอนด์สหรัฐฯ ผนวกกับ ก.คลังสหรัฐฯ พยายามประคองจิตวิทยาด้วยการเตรียมเพิ่มขนาดการซื้อคืน (repurchase) อีกเท่าตัว ตั้งแต่ 9 ก.ย. เป็นต้นไป ii) นักลงทุนส่วนหนึ่งยังชะลอ เพื่อติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ core PCE inflation เดือน ก.ค. ซึ่ง consensus คาด +3.3% YoY เท่ากับในเดือน มิ.ย.
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… บ่ายนี้ ที่ประชุม กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% และน่าจะปรับเพิ่มประมาณการ GDP growth ปี 2569-2570 ขณะที่ในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว นั้น ชัดเจนแล้วว่าภาครัฐฯ จะให้ 1 ล้านสิทธิ เริ่มลงทะเบียนในเดือน ต.ค. และเริ่มมาตรการในเดือน ธ.ค. 2569
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
สะสม ADVANC* / เก็งกำไร KKP*, BGRIM*
ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 425 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นพักฐาน ใกล้ค่าเฉลี่ย 200 วัน* ประเมินแนวรับ 357 บาท / แนวต้าน 366 – 370 บาท กรณี Rebound ปิดแก๊ปราคาได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-380 บาท (Stop loss 349 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้นพักฐานขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง คาดแนวโน้มกำไรยังเดินหน้าเติบโตต่อ เราประเมินแนวโน้มกำไร 2H69 จะยังเติบโตต่อเนื่องจาก 1H69 การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ไม่รุนแรงเช่นในอดีต ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลหนุนการใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต 3) จุดเด่นยังเป็น Defensive yield ADVANC* จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว เหลือปันผล 2H69 อีกราว 9.15 บาท (Yield 2.5%) และคาด Dividend yield ต่อปี >5%
KKP* (เป้าพื้นฐาน 125 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นพักในกรอบ Sideway up* ประเมินแนวรับ 112.5 บาท / แนวต้าน 115.5 – 118 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป +/- 121.5 บาท (Stop loss 109.5 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯคาดปันผลระหว่างกาล 2.5 บาท (Yield 2.2%) ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน KKP* จะจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 2.5 บาท Dividend yield 2.2% ขณะที่ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 จะยังดีต่อเนื่อง ได้อานิสงส์จากค่าธรรมเนียมที่ดีในตลาดทุน นอกจากนี้เราประเมินยอดขายรถที่เติบโตเด่น (ยอดขายรถรวม 7M69 โต +15% YoY) หนุนกำไรธุรกิจเช่าซื้อ
BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นยังยืนเหนือค่ากลาง Bollinger band / MACD RSI ยังหนุนการแกว่งตัวขึ้น* ประเมินแนวรับ 18.5 บาท / แนวต้าน 19.5 – 20.2 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 21 บาท (Stop loss 17.6 บาท) 2) ประเมินแผน PDP2026 หนุน Sentiment และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อค Data centerเราประเมินแผน PDP2026 ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นต้นเดือน ก.ย. นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อค Data center ทั้งประเด็นเรื่องของค่าไฟฟ้าสำหรับ Data center และการปลดล็อค Direct PPA ขณะที่คาดว่าจะมีการเพิ่มพลังงานสะอาดในแผน PDP ใหม่ หนุนการเปิดประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE จะลดลงเหลือ +/-24 เท่า บนกำไรปีหน้า (จาก 30 เท่า ปีนี้) ใกล้ -1SD ที่ +/-24.5 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีหน้าโต 27% YoY
หุ้นมีข่าว
(+) (กลุ่มโรงไฟฟ้า) จับตากันยาคลอด PDP ใหม่! จุดเปลี่ยนหุ้นไฟฟ้าครั้งใหญ่ (ข่าวหุ้น) ‘เกียรตินาคินภัทร’ อัพเป้ากำไร-ราคาใหม่ รับปลดล็อกซื้อขายไฟตรง GPSC*-BGRIM*-GULF* นำหุ้นโรงไฟฟ้าบวกสวนตลาด รับสัญญาณเดือน ก.ย. จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่! คลอดแผน PDP 2026-ปลดล็อกดาต้าเซ็นเตอร์-ซื้อขายไฟตรง จุดพลุลงทุนรอบใหม่ “บล.เกียรตินาคินภัทร” ปรับเพิ่มกำไรปี 70-73 ให้ GULF* สูงสุด 12-26% ตามด้วย BGRIM* 15% และ GPSC* 6% พร้อมอัพเป้าหมายราคาใหม่ ย้ำโอกาสราคาหุ้นมีอัพไซด์ จับตาความชัดเจน PDP ใหม่ เขย่ามูลค่าหุ้นโรงไฟฟ้าทั้งกลุ่ม
(+) (กลุ่มท่องเที่ยว AWC* ERW* CENTEL*) จ่อขยายไทยเที่ยวไทยเป็นล้านสิทธิ์ สุรศักดิ์เคาะเปิดลงทะเบียน1ต.ค.พร้อมใช้สิ้นปีนี้ (ข่าวสด) สุรศักดิ์ เตรียมชง ครม. ไฟเขียวไทยเที่ยวไทยพลัส 1 ล้านสิทธิ์ เตรียมเปิดลงทะเบียน ต.ค. ใช้สิทธิ์ ธ.ค.69
(+) NTF ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ ทะลุ 5,100 ล้านบาท มั่นใจตลาดจีนโตเด่น (ข่าวหุ้น) NTF เดินเกมรุกธุรกิจครึ่งปีหลังตามแผน ตอกย้ำเป้ารายได้ปี 69 ทะลุ 5,100 ล้านบาท เน้นบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม เผยสถานะลูกหนี้ปกติ การชำระเงินตรงตามกำหนด พร้อมเดินหน้าเจาะตลาดจีน หนุนเติบโตระยะยาว
(+) (กลุ่มอีวี MGC KGEN ASAP / + กลุ่มเช่าซื้อ TISCO KKP) อีวีบูมดันยอดขายรถ 7 เดือนโต (ไทยโพสต์) สอท.ห่วง ‘กระบะ’ ทรุดหนัก จี้รัฐรื้อภาษีหนุนผลิตในปท. ส.อ.ท.เผยยอดขายรถยนต์ 7 เดือน โต 15.39% รับกระแสอีวีพุ่ง 1.25 แสนคัน หวั่นนำเข้าผลิตไม่ทัน-นำเข้ากว่า 62.58% ห่วงรถกระบะทรุดหนัก หลังสินเชื่อเข้มกดดัน จี้รัฐปรับโครงสร้างภาษีเป็นธรรม
(+) KTC* ทุ่มเงิน 295 ล้านบาท เทกฯ WIN ลุยธุรกิจทวงหนี้ (ข่าวหุ้น)* บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC*) แจ้งตลาดฯ กรณีเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ “วินเพอร์ฟอร์มานซ์” มูลค่ารวม 295 ล้านบาท รุกธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ และงานกฎหมาย หวังเสริมแกร่งกลยุทธ์การบริหารต้นทุน และสร้างรายได้ร่วมกับกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทยในอนาคต
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 247 บาท) KTB* (Trailing stop 43.25 บาท) ADVICE (Trailing stop 7.2 บาท)
-
BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.0 บาท / แนวต้าน 6.15 – 6.3 บาท (Trailing stop 5.9 บาท)
-
PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท) แนวรับ 40.5 บาท / แนวต้าน 43 – 44.5 บาท (Stop loss 38.5 บาท)
-
CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท) แนวรับ 42 บาท / แนวต้าน 43.5 – 45 บาท (Trailing stop 41.25 บาท)
-
AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) แนวรับ 2.94 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.2 บาท (Stop loss 2.88 บาท)
-
BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท) แนวรับ 7.0 บาท / แนวต้าน 7.15 – 7.35 บาท (Trailing stop 6.95 บาท)
-
OSP* (เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท) แนวรับ 17.4 บาท / แนวต้าน 17.8 – 18.3 บาท (Stop loss 17.3 บาท)
-
GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 10.0 บาท / แนวต้าน 10.3 – 10.5 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
-
EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) แนวรับ 5.95 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.5 บาท (Stop loss 5.9 บาท)
-
HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 44.5 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 43 บาท)
-
STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท) แนวรับ 17.9 บาท / แนวต้าน 18.8 – 19.4 บาท (Stop loss 17.8 บาท)
-
OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท) แนวรับ 12.5 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.3 บาท)
-
MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 39.5 บาท / แนวต้าน 41 – 43 บาท (Stop loss 39.5 บาท)
-
BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 19.6 บาท / แนวต้าน 20.0 – 20.2 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
-
NER (เป้า Consensus 5.4 บาท) แนวรับ 4.56 บาท / แนวต้าน 4.64 – 4.74 บาท (Stop loss 4.5 บาท)
-
THAI* (เป้าพื้นฐาน 7 บาท) แนวรับ 5.80 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท (Stop loss 5.7 บาท)
-
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” คาดการณ์ปันผลระหว่างกาล โดยปกติแล้วหุ้นธนาคารพาณิชย์จะจ่ายปันผลระหว่างเพียง 15-20% ของปันผลทั้งปี เว้นเพียง TTB* ที่จะจ่ายปันผลระหว่างกาลราว 50% ของทั้งปี รวมถึง KKP* ที่คาดว่าผลการดำเนินงานที่โตเด่นจะหนุนปันผลระหว่างกาลสูง โดยรวมคาดปันผลระหว่างกาล TTB* และ KKP* หุ้นละ 0.12 บาท และ 2.5 บาท คิดเป็น Dividend yield 2.4% และ 2.2% ตามลำดับ สำหรับหุ้นเด่นในเชิงพื้นฐานยังคงเลือก KBANK* KTB* และ KKP*
-
PR9* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 21 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 จะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยคนไข้ตะวันออกกลาง รวมถึงเริ่มเข้า High season ของไทย ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย








