บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

ควอลิตี้เฮ้าส์ – QH (QH TB)

ยอดขายกลับมาชะลอลงในเดือน ก.ค.

Key Point

ยอดขาย ก.ค.69 กลับมาชะลอลง กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวและยังเห็นการแข่งขันสูง โดยโครงการใหม่ยอดขายยังเข้ามาช้ากว่าแผน ประเมินแนวโน้มยอดโอนใน 3Q69 อ่อนตัวลงตามยอดขาย สำหรับครึ่งปีแรกระบายสต็อกได้ดีกว่าปีก่อน และมีค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง ทำให้กำไรครึ่งปีแรก +25.1%y-y บริษัทมีระดับหนี้ต่ำ Net IBD/E 0.17 เท่า ต่ำกว่าอุตฯที่ 1.03 เท่า เพียงพอต่อการขยายธุรกิจที่อาจกลับมาซื้อที่ดินเพิ่มในปีหน้า

แนวโน้มกำไร 3Q69 อาจลดลงตามทิศทางยอดขายและเป็น Low season ของ HMPRO

  • 3Q69 เปิดตัวตามแผนในปีนี้ที่ 1 โครงการ ลัดดารมย์ อิลิแกนค์ พุทธมณฑลสาย 2 แบรนด์ Luxury 22-40 ลบ./หลัง ยอดขายยังเข้ามาช้ากว่าแผน โดยในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมามียอดขายชะลอลง จากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวและยังเห็นการแข่งขันสูง ยังคงต้องมีการทำโปรโมชันต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มยอดขายใน 3Q69 ลดลง y-y และ q-q
  • 3Q69 แนวโน้มกำไรลดลง y-y และ q-q จากเข้าสู่ช่วง low season ของ HMPRO ในช่วงฤดูฝน ในส่วนธุรกิจอสังหาแม้คาดว่าคอนโด Q1-สุขุมวิท จะสามารถโอนได้เพิ่มขึ้นตาม Backlog ที่สะสมเพิ่มมา และช่วยให้ GPM-อสังหาฯ ดีขึ้น แต่ภาพรวมยังอ่อนตัวตามยอดขายแนวราบที่เป็นสัดส่วนใหญ่ของรายได้โอน

2Q69 รับรู้กำไรจาก HMPRO ดี แต่ GPM-อสังหาฯ อ่อนตัว

  • 2Q69 มีกำไร 458 ลบ. +37.0%y-y -1.1%q-q การฟื้นตัว y-y มาจากส่วนแบ่งกำไรของ HMPRO ที่สูงขึ้น แต่กำไรลดลง q-q จาก GPM-อสังหาฯลดลงมาที่ 21.6% และมีบันทึกค่าใช้จ่ายด้านคดีความเพิ่มขึ้นใน SG&A ขณะที่รายได้โอนค่อนข้างทรงตัวที่ 1,370 ลบ. -1.6%y-y +6.7%q-q
  • 2Q69 มียอดขาย 1,457 ลบ. +10.2%y-y +19.5%q-q โดยยอดขายแนวราบลดลง y-y แต่ฟื้นตัว q-q ได้เล็กน้อย ส่วนยอดขายแนวสูงปรับตัวโดดเด่นสูงขึ้นทั้ง y-y และ q-q จากการเริ่มทำโปรโมชันตั้งแต่ 2H68 ที่ผ่านมาและปีก่อนเป็นฐานต่ำจากเหตุแผ่นดินไหว โดยไตรมาสนี้ขายคอนโด Q1-สุขุมวิท ได้ 309 ลบ. กลับมาสะสม Backlog ในโครงการนี้ได้เพิ่มขึ้น

ระดับหนี้ต่ำเพียงพอต่อการขยายธุรกิจ

1H69 มียอดขาย 2,676 ลบ. +4.8%y-y มีรายได้โอน 2,654 ลบ. +12.7%y-y ยังไม่มีเปิดโครงการใหม่ เป็นภาพการระบายสต็อกได้ดีขึ้นและมี SG&A ลดลง มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 921 ลบ. +25.1%y-y ปัจจุบันมี Net IBD/E ที่ 0.17 เท่า ปรับตัวลงจาก 0.19 เท่า ในไตรมาสแรก และยังต่ำกว่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.03 เท่า มี Cost of debt ลดลงจาก 3.0% มาที่ 2.8% ตามลำดับ โดยบริษัทจะกลับมาซื้อดินที่เพิ่มในปีหน้า ซึ่งหนึ่งอยู่ในระดับต่ำเพียงพอต่อการขยายธุรกิจ

ราคาพื้นฐานปี 69 ที่ 1.44 บาท อิงวิธี SOTP (P/E 8.5 เท่า)

เรามีปรับกำไรปี 69 ขึ้นจากส่วนของ HMPRO ที่ทำได้ดีกว่าประมาณการเดิมมาที่ 1,776 ลบ. +2.8%y-y ประเมินราคาพื้นฐานโดยอิงวิธี SOTP (P/E 8.5 เท่า, Discount 30%) ราคาพื้นฐานปี 69 ที่ 1.44 บาท อัพไซด์เป็นการลงทุนเพื่อรับปันผล โดยคาดปันผลทั้งปีที่ 0.09 บาท (Interim 0.02 บาท) Dividend yield 6.29% ต่อปี ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ทยอยซื้อ”

- Advertisement -