ไทยออยล์ เผยธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์หน่วยผลิตพลังงาน (ERU) แก่บริษัทย่อย GPSC เลื่อนกำหนดหลังติดเงื่อนไขบังคับก่อน คาดได้ข้อสรุปแนวทางใหม่ภายใน 30 ต.ค. 2569
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) แจ้งความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์หน่วยผลิตพลังงาน (Energy Recovery Unit: ERU) ภายใต้สัญญาซื้อขายทรัพย์สินฉบับลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 โดยระบุว่าการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินดังกล่าวไปยังบริษัทในเครือของ GPSC ยังไม่อาจเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเดิมได้ เนื่องจากเงื่อนไขบังคับก่อนบางส่วนยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดวัน Long Stop Date เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ในปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้ในการดำเนินโครงการต่อไป
โครงการดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ของไทยออยล์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 ที่อนุมัติการขายทรัพย์สินเพื่อโอนกรรมสิทธิ์หน่วยผลิตพลังงาน (ERU) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) รวมถึงการเข้าทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ GPSC หรือบริษัทย่อยที่ GPSC ถือหุ้นร้อยละ 100 (“โครงการ ERU”) โดยมีคู่สัญญาฝ่ายผู้ซื้อคือ บริษัท เอนเนอร์ยี รีคอฟเวอรี่ ยูนิต จำกัด (ERU Co.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GPSC เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด
อย่างไรก็ดี จากข้อติดขัดในส่วนของเงื่อนไขบังคับก่อนบางประการที่ส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์ไม่เสร็จสิ้นตามกำหนดสัญญา ทางไทยออยล์และ GPSC จึงได้ร่วมกันเร่งพิจารณาหาทางออกที่เป็นไปได้และเหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการ ERU โดยคาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันได้ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นี้
ทั้งนี้ ไทยออยล์ระบุว่า การเข้าร่วมหารือในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางและมิให้อาจตีความได้ว่าเป็นการสละสิทธิใดๆ ของบริษัทฯ ภายใต้สัญญาฯ หรือกฎหมายที่บังคับใช้ โดยบริษัทฯ ได้ทำการสงวนสิทธิทั้งปวงดังกล่าวไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว พร้อมระบุว่าจะทำการเผยแพร่และเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่นักลงทุนทราบอีกครั้งเมื่อมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญตามหลักเกณฑ์และกฎระเบียบที่ใช้บังคับ
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ขณะนี้ทางไทยออยล์กำลังประสานงานและหารือร่วมกับ GPSC อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมและเป็นไปได้จริงสำหรับโครงการ ERU โดยการเจรจาทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้ความรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกท่านเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นี้”









