เก่งหลังเกมส์
SET Index ปิดบวก 18.66 จุด (+1.18%) ปิดที่ระดับ 1,596 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.33 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 298 บริษัท และหุ้นปรับลง 153 บริษัท) คลายกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐหลัง คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Fed Governor) หนุนเฟดคงดอกเบี้ย หุ้นที่เคยถูกขายมีแรงซื้อคืน นำโดย กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA, HANA), กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC), กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC), และกลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IVL, SCC) ส่วนกลุ่มที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร (KBANK, KTB, KKP) และ กลุ่มโรงพยาบาล (BCH, BDMS, BH)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
DELTA (+5.35%), HANA (+3.98%)
รับข่าว คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนุนคงดอกเบี้ยทำให้ US Bond yield ปรับลงในทุกช่วงอายุ เป็นจิตวิทยาบวกและแรงเก็งกำไรในหุ้น Tech ผสานข่าว Tesla เปิดตัว Cybercab Robotaxi เพิ่มดีมานด์เซมิฯ, PCB และ Power supply มากขึ้นในอนาคต
MTC (+0.83%), SAWAD (+2.21%), KTC (+1.35%)
มีปัจจัยบวกเดียวกับกลุ่มอิเล็กฯ คลายกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ และ US Bond ปรับลง เป็นจิตวิทยาบวกโดยตรงกับกลุ่มไฟแนนซ์ผ่านแรงกดดันจากต้นทุนเงินทุนไม่ปรับขึ้นเพิ่มกำไร
GULF (+0.82%), GPSC (+1.01%), BGRIM (+2.07%)
ภาพธุรกิจเป็นขาขึ้นมี MW Growth จากแผน PDP2026 คาดมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50,000MW ใน 12 ปีข้างหน้าสูงขึ้นจากกำลังการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบันมากกว่า 2 เท่าตัว
IVL (+2%), PTTGC (+1.69%), SCC (+3.19%)
ฟื้นตัวเด่น คาดหวังปัญหาอุปทานล้นตลาดทยอยลดลง จากผลของสงครามกระทบกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง, โรงปิโตรฯ ล้าสมัยหลายแห่งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทยอยปิดดำเนินการ หนุน Spread ปิโตรฯ เพิ่มขึ้นทั้ง HDPE และ Integrated PET โดย HDPE Spread ฟื้นตัวสู่ระดับ 435$/ton (+6.1%w-w) และ Integrated PET ฟื้นตัวสู่ระดับ 190$/ton (+4.97%w-w)








