เก่งหลังเกมส์
SET Index -4.0 จุด -0.25%d-d ปิดที่ 1617 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 8.11 หมื่นล้านบาท แรงกดดันมาจาก DELTA กดดัชนีราว 4.94 จุด หลังจาก DELTA Taiwan รายงานยอดขายเดือน ส.ค.ที่ 64,586 ล้าน$ไต้หวัน -3.7%m-m แต่ยังโต +34%y-y ผสานกับตลาดรอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศวันพรุ่งนี้ 10 ก.ย. ติดตามการชุมนุมการเมือง “ทวงคืนประเทศไทย”
ส่วนกลุ่มอื่นๆที่กดดัชนีคือ กลุ่มธนาคาร KBANK, KTB, BBL, KKP ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่หนุนดัชนี คือ กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL กลุ่มพลังงาน PTT, TOP, PTTEP และกลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC (รับแผน PDP2026) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ
PTTGC +7.98%
หุ้นปรับขึ้นจากมุมมองบวก คือ 1)เราคาด 2H26F จะพลิกมีกำไร y-y ต่อเนื่องตามการฟื้นของปิโตรเคมี ที่ supply ตึงตัวขึ้นหนุน product spread 2) ประเมินกำไรปี 2026-28F เติบโต CAGR +41%y-y ตามวงจรปิโตรเคมีฟื้นตัว 3)หุ้นซื้อขาย PBV26F ราว 0.68 เท่า vs Yield > ปีละ 2.5%
BGRIM +5.5%, GPSC +1.99%
กลุ่มโรงไฟฟ้าปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก 1)ข้อมูลงาน Public Hearing หนุนตลาดมั่นใจโอกาสรัฐฯสนับสนุนเปิดใช้โรงไฟฟ้า IPP เดิมต่อบวก GPSC 2) กำลังผลิตใหม่ PDP2026 หากได้ตามแผน 25% หนุนเพิ่มมูลค่าหุ้น GPSC 27.9 บาท (+46%) เรามองบวกต่อ GPSC โดยมีจุดเด่น Valuation @ AVG. vs กำลังเข้ารอบเติบโตสูง GPSC (Buy, TP27F-61)
PTTEP +0.98%
กลุ่มพลังงานต้นน้ำปรับขึ้น หนุนจากราคาน้ำมันดิบเร่งขึ้นช่วงบ่าย อิง Brent ทะลุขึ้นเหนือ 100 เหรียญ ขึ้นมาที่บริเวณ 100.5 เหรียญต่อบาร์เรล ยังคงมองบวกระยะสั้น แนะนำเก็งกำไร
DELTA -1.82%
หุ้นปรับลง เนื่องจากมีจิตวิทยาลบจาก DELTA Taiwan รายงานยอดขายเดือน ส.ค.ที่ 64,586 ล้าน$ไต้หวัน -3.7%m-m แต่ (* เดือน ส.ค. ในอดีตยอดขาย DELTA Taiwan มักจะชะลอ m-m ก่อนที่จะเร่งขึ้นในเดือน ก.ย.) อย่างไรก็ตาม KSS View มองบวกต่อยอดขาย DELTA Taiwan ข้างต้นคาดยอดขาย DELTA ในประเทศไทยจะเติบโต y-y ในทิศทางเดียวกัน หนุนภาพกำไรสุทธิ 3Q26F โตเด่น เชิงกลยุทธ์ ยังคงคำแนะนำ ซื้อ DELTA ([email protected]) ราคาหุ้นปรับฐานลงมาในช่วงก่อนหน้า สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบไปมากแล้ว Risk-reward น่าสนใจ ผสานผลประกอบการเร่งขึ้นในปี 2027F








