ALLY ประกาศราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนสูงสุดไม่เกิน 5.00 บาท เตรียมรุกลงทุน 3 ทรัพย์สินใหม่ เสริมแกร่งเบอร์ 1 Lifestyle Community Mall ของไทย
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY) ประกาศความพร้อมในการก้าวสู่เฟสใหม่ของการเติบโตเชิงกลยุทธ์ (Strategic Growth Phase) ผ่านการเพิ่มทุนครั้งที่ 2เพื่อเข้าลงทุนใน 3 คอมมูนิตี้มอลล์ศักยภาพสูง ได้แก่ ชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ ,สายไหม อเวนิว และเดอะโซน ทาวน์ อิน ทาวน์ โดยกำหนดราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 5.00 บาทต่อหน่วย มุ่งยกระดับมูลค่าสินทรัพย์รวมสู่ระดับกว่า 15,151 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่ม Lifestyle Community Mall ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนครั้งที่ 2 นี้เป็นการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 9 ของกองทรัสต์ โดยจะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนไม่เกิน 151.5 ล้านหน่วย มูลค่าระดมทุนไม่เกิน 757.5 ล้านบาท ที่ราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 5.00 บาทต่อหน่วย โดยจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ จะประกาศราคาเสนอขายเพื่อเปิดให้จองซื้อก่อนวันที่ 25 กันยายน 2569 และคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 การเดินหน้าเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะทำให้พอร์ตของ ALLY ขยายเป็น 18 โครงการ มูลค่าสินทรัพย์รวมแตะ 15,151 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับนักลงทุน และขยายแนวคิดการสร้างพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความรู้สึกใช่ในทุกวัน พร้อมเติบโตร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ประกอบด้วยทรัพย์สินใหม่ที่มีจุดเด่นด้านทำเลและการสร้าง Synergy ดังนี้ 1) โครงการ ชาน แอท ดิ อเวนิว (Charn At The Avenue) แจ้งวัฒนะ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 19,747ตารางเมตร ติดถนนแจ้งวัฒนะ ห่างจากสถานีแจ้งวัฒนะ 14 ของรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูเพียง 100 เมตร รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและโครงการคอนโดมิเนียมจำนวนมาก จึงมีฐานลูกค้าทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศและผู้อยู่อาศัยในย่าน 2) โครงการ สายไหม อเวนิว (Saimai Avenue) มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 10,007 ตารางเมตร หนึ่งในคอมมูนิตี้มอลล์ที่ครบครันและทันสมัยที่สุดของย่านสายไหม โดดเด่นด้วยกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เช่น สุกี้ตี๋น้อย, เอ็มเค, สตาร์บัคส์ และโอ้กะจู๋ เป็นต้น และ 3) โครงการ เดอะโซน ทาวน์อินทาวน์ (The Zone Town in Town)มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ (NLA) ประมาณ 9,989 ตารางเมตร โครงการตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา มีหน้ากว้างติดถนน (Frontage) ยาวถึง 450 เมตร ซึ่งหาได้ยากสำหรับโครงการค้าปลีกในทำเลใจกลางเมือง ช่วยเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงของลูกค้า และยังอยู่ใกล้ “เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์” ที่กองทรัสต์บริหารอยู่แล้ว จึงเสริมกันได้ทั้งด้านผู้เช่าและการบริหารพื้นที่
โดยกองทรัสต์จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินทั้ง 3 โครงการด้วยมูลค่ารวมไม่เกิน 1,495.8 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาประเมินต่ำสุดรวมของบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินอิสระคิดเป็นส่วนลดจากราคาประเมินกว่า 12% เป็นระดับมูลค่าลงทุนที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับมูลค่าประเมินของทรัพย์สิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงให้แก่การลงทุน (Margin of Safety) และเปิดโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวจากศักยภาพของทรัพย์สินและการบริหารสินทรัพย์เชิงรุกของ ALLY
ด้านประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในปีแรก (First Year Yield) ภายหลังการลงทุน คาดว่าจะอยู่ในระดับร้อยละ 9.6 – 10.7 ต่อปี (ประมาณร้อยละ 9.6 หากอ้างอิงราคาเสนอขายสูงสุดจะเสนอขาย 5.00 บาทต่อหน่วย) โดยกองทรัสต์มีนโยบายการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วในแต่ละรอบปีบัญชี โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้งทั้งนี้ ตัวเลขผลตอบแทนข้างต้นเป็นประมาณการตามสมมติฐานในหนังสือชี้ชวน ผู้จัดการกองทรัสต์และที่ปรึกษาทางการเงินไม่สามารถรับรองได้ว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่ประมาณการไว้ และไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนในอนาคต
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดพื้นที่ให้เช่าสำหรับค้าปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังค่อยๆ ฟื้นตัว ขณะที่การขยายตัวของเมืองและระบบขนส่งเปิดทางให้คอมมูนิตี้มอลล์กระจายสู่พื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกใกล้บ้าน แม้การแข่งขันจะสูงขึ้นจากอุปทานพื้นที่เช่าใหม่ที่ทยอยเปิดตัว แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตลาดค้าปลีกให้เติบโตได้ต่อเนื่องในระยะข้างหน้า
“ALLY มุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก (Active Asset Management) อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการ Re-Tenant, Rezone และการดูแลบำรุงรักษา เพื่อสร้าง Value Creation สูงสุดให้กับทรัพย์สินที่ลงทุน การเพิ่มทุนในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมพัฒนาพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนในชุมชน พร้อมทั้งสร้างผลประโยชน์ตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างยั่งยืน” นายกวินทร์ กล่าว
เกี่ยวกับอัลไล (ALLY) และกองทรัสต์อัลไล (ALLY REIT)
อัลไล (ALLY) คือกลุ่มลงทุนและบริหารอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก (Real Estate Investment & Management) ที่มุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มคอมมูนิตี้มอลล์และมิกซ์ยูส โดยมีการลงทุนในกว่า 25 โครงการทั่วโลก ครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา พอร์ตการลงทุนของอัลไลประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ (1) Lifestyle Communities พอร์ตคอมมูนิตี้มอลล์และพื้นที่พาณิชยกรรมในประเทศไทย บริหารโดยหลักผ่านกองทรัสต์อัลไล (ALLY REIT) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) (2) Global Platforms การลงทุนในแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ครอบคลุมกลุ่ม Commercial, Hospitality และ Credit และ (3) Landmark Developments การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงการระดับชั้นนำในประเทศไทยและต่างประเทศ
กองทรัสต์อัลไล (ALLY REIT) เป็นกองทรัสต์คอมมูนิตี้มอลล์และพื้นที่พาณิชยกรรมชั้นนำของไทย ที่บริหารโดยอัลไล ปัจจุบันครอบครองโครงการ 15 แห่ง ภายใต้แบรนด์ CDC (Crystal Design Center), The Crystal และ ALLY Village รวมพื้นที่กว่า 160,000 ตร.ม.
อัลไลและกองทรัสต์อัลไลมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหน่วย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Shaping the Future of Communities” – ลงทุน สร้างและขับเคลื่อนอนาคตของชุมชนและพื้นที่ให้เติบโตอย่างมีคุณค่า









