เก่งหลังเกมส์
SET Index ปิดเพิ่มขึ้น 0.81 จุด (+0.05%) ปิดที่ระดับ 1,584 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.1 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 221 บริษัท, ปรับลง 195 บริษัท) มูลค่าซื้อขายหนาแน่นจาก FTSE Rebalance มีผลโดยใช้ราคาปิดวันนี้ อย่างไรก็ตามดัชนีปรับขึ้นจำกัดเนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยมี Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ กลุ่ม ธนาคาร (TTB, SCB, BBL), เดินเรือ (PSL, TTA, RCL), Conmat (SCC), ค้าปลีก (CRC, GLOBAL, HMPRO) และ กลุ่มท่องเที่ยว (THAI, BA, AAV) ส่วนกลุ่มปรับลง คือ ICT (TRUE, ADVANC), กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IVL) และกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, CHG, BCH)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
SCC (+2.32%)
รับข่าวบริษัทประกาศกลับมาเปิดผลิตโรง ROC (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.35 mta) ตั้งแต่ 17 ก.ย. 26 หลังจากสามารถจัดหา feedstock นอกตะวันออกกลาง (มาเลเซีย/ แอฟริกา/ อื่นๆ) ได้เพียงพอกับการผลิตต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว ลุ้นธุรกิจกลับมาทำกำไรหนุนกำไรรวมของ SCC ปรับขึ้นใน 4Q26F
AAV (+3.66%)
Tony Fernandes ผู้ร่วมก่อตั้ง AirAsia เปิดแถลงสถานการณ์ทางการเงินของ AirAsia ระบุบริษัทจัดทำแผนหาแหล่งเงินทุนเพียง 1 พันล้าน USD เท่านั้น ไม่ใช่ 3 พันล้าน USD ตามที่เป็นข่าว และเป็นการนำมาเพื่อ Re-finance หนี้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงซึ่งกู้มาในช่วงวิกฤติ COVID-19 ส่วนมูลหนี้ที่เหลืออีก 4-5 พันล้าน USD ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากการทำสัญญาเช่าเครื่องบินซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี การแถลงข้างต้นช่วยให้ตลาดคลายความกังวลกับสถานการณ์ของ AirAsia ที่มาเลเซียและลดข้อกังวลต่อผลกระทบทางอ้อมต่อ AAV
THAI (+2.54%), INSET (+3.10%)
มี side effect จาก FTSE Rebalance โดย THAI ได้ปรับเข้าคำนวณในดัชนี FTSE Small Cap และ INSET ได้ปรับเข้าคำนวณใน FTSE Microcap
RCL (+8.72%), PSL (+10.89%), TTA (+7.62%)
คาดหวังค่าระวางเรือจะปรับขึ้นต่อเนื่องและทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากความต้องการขนส่งที่แข็งแกร่ง และนักลงทุนทยอยเข้าสะสม ก่อนเข้าสู่ช่วง Golden Week ของจีนในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งผู้ส่งออกจะเร่งส่งสินค้าก่อนเทศกาลดังกล่าว









