HAPPY26 เข้าเทรดวันแรกบน LiVE Exchange เปิดที่ 3.60 บาท เหนือจอง 28.57% สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจโกดังสำเร็จรูปครบวงจร
บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HAPPY26 เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange (LiVEx) เป็นวันแรก ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ 3.60 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือคิดเป็น +28.57% จากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 2.80 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตในฐานะผู้พัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังและโรงงานสำเร็จรูปอย่างครบวงจร
การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange ครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11,095,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 9.16 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด 121,095,900 หุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวม 34.44 ล้านบาท โดยมี บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วหลังการเสนอขาย IPO เท่ากับ 60.55 ล้านบาท (60,547,950 บาท)
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดวัตถุประสงค์การจัดสรรเงินทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและการขยายธุรกิจ ดังนี้
- การขยายการลงทุนและเพิ่มกำลังการผลิต (ประมาณ 25.00 ล้านบาท): แบ่งเป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย ให้เช่า และรับบริหารจัดการ มูลค่าประมาณ 14.00 ล้านบาท และเงินลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตรวมถึงพัฒนาระบบบริหารโครงการ มูลค่าประมาณ 11.00 ล้านบาท
- การชำระคืนหนี้สิน (ประมาณ 5.00 ล้านบาท): ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน
- เงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ (ประมาณ 1.07 ล้านบาท): ใช้รองรับการดำเนินงานทั่วไปของบริษัทฯ
บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังและโรงงานสำเร็จรูปครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยแบ่งโครงสร้างรายได้และการดำเนินงานออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1. ธุรกิจติดตั้งโกดังและโรงงานสำเร็จรูป (HAPPY WAREHOUSE): ให้บริการติดตั้งโครงสร้างด้วยระบบ Pre-Engineered Building (PEB) ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการก่อสร้าง โดยมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนเหล็กสำเร็จรูปกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 1,000 ตันต่อปี และโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 6,000 คิวต่อปี
2. ธุรกิจลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย ให้เช่า และรับบริหารจัดการ (HAPPY REAL ESTATE): ปัจจุบันมีโครงการโกดังและโรงงานให้เช่ารวม 24 โครงการ (แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 20 โครงการ และพื้นที่ EEC 4 โครงการ) รวมพื้นที่กว่า 68,000 ตารางเมตร และโครงการบ้านเช่า 6 โครงการ พื้นที่รวม 1,500 ตารางเมตร
3. ธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง (HAPPY): จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 260 รายทั่วประเทศ
ผลประกอบการทางการเงินประจำปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มี รายได้รวมเท่ากับ 222.58 ล้านบาท โดยแบ่งโครงสร้างรายได้ออกเป็น
- รายได้จากสัญญาก่อสร้าง: 163.29 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 73.36 ของรายได้รวม)
- รายได้ค่าเช่า: 30.48 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 13.69 ของรายได้รวม)
- รายได้จากการขายสินค้าและบริการ: 24.91 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 11.19 ของรายได้รวม)
- รายได้อื่น: 3.90 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 1.75 ของรายได้รวม)
ในส่วนของกำไรสุทธิประจำปี 2568 บริษัทฯ บันทึก กำไรสุทธิเท่ากับ 6.97 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีแผนบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้าและการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
นายเฉลิม ทองสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการและการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปจัดสรรอย่างแม่นยำเพื่อขยายกำลังการผลิต ขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าและจำหน่าย รวมถึงการชำระคืนหนี้สินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางฐานะการเงิน บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและส่งมอบมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในระยะยาว”









