NIA จัดกิจกรรม AGROWTH 2026 เร่งเครื่อง 12 สตาร์ตอัปเทคโนโลยีเกษตรสู่ตลาดจริง

เอ็นไอเอ ผนึกเครือข่ายพันธมิตร เปิดดีล “AGROWTH 2026” เร่งเครื่อง 12 สตาร์ตอัปเกษตรไทย จับคู่ภาคเอกชน ดัน Deep Tech สู่ตลาดจริง หวังสร้างธุรกิจใหม่ให้ภาคเกษตร

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรม AGROWTH 2026 Demo Day ภายใต้โครงการเร่งรัดการเติบโตธุรกิจนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเกษตร (AGROWTH 2026) เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตร 12 ทีม นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของภาคการเกษตร หลังผ่านกระบวนการเร่งรัดธุรกิจอย่างเข้มข้นตลอด 4 เดือน ทั้งการรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาธุรกิจ การจับคู่ทางธุรกิจ และการทดสอบใช้งานจริงร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจเกษตร เพื่อเร่งการต่อยอดสู่การสร้างรายได้ การเข้าถึงเงินทุน
และการขยายธุรกิจ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย แต่กำลังเผชิญความท้าทายทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยของเกษตรกร
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงการขาดแคลนแรงงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงมีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืน NIA จึงทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศและสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตร ให้สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรม AGROWTH 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยมุ่งเร่งรัดการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตร ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ภาคการเกษตร พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ที่ผ่านมาโครงการได้สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีการเกษตรมากกว่า 40 บริษัท มีหน่วยงานพันธมิตรร่วมสนับสนุนไม่น้อยกว่า 50 หน่วยงาน และสามารถสร้างรายได้ เข้าถึงเงินทุนสนับสนุน และเกิดการลงทุนรวมกว่า 350 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของกลไกเร่งการเติบโตที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม ธุรกิจ และภาคการเกษตรเข้าด้วยกัน

สำหรับกิจกรรมสำคัญของ AGROWTH 2026 คือการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
เพื่อเชื่อมโยงสตาร์ตอัปกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่มีโจทย์การใช้งานจริง โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความต้องการของภาคธุรกิจเกษตรที่มองหาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย และยกระดับการบริหารจัดการ ขณะเดียวกันภาคเอกชนยังมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจเกษตร ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถพัฒนาและทดสอบโซลูชันให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ตรงจุด โดย NIA ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างสตาร์ตอัปกับพันธมิตรแต่ละกลุ่ม เพื่อร่วมกันพัฒนา ทดลองใช้ และต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจและตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุม 5 กลุ่มสำคัญ ดังนี้ กลุ่มปศุสัตว์ ได้แก่ 1. บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด
2. สหกรณ์โคเนื้อดอกลำดวน จำกัด และ 3. จิตตนา ฟาร์ม กลุ่มการผลิตเห็ด ได้แก่ 4. Earthling Mushroom Farm โดยบริษัท เทอร์เนอร์กรุ๊ป จำกัด กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับและปาล์มน้ำมัน ได้แก่ 5. บริษัท เรือนบุษบา จำกัด และ 6. บริษัท ทักษิณปาล์ม (2521) จำกัด กลุ่มบริการทดสอบและตรวจสอบย้อนกลับ ได้แก่ 7. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 8. สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 9. จริงใจมาร์เก็ต โดยบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มการพัฒนาตลาด ได้แก่ 10. บริษัท บอร์น โคออพเพอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด 11. อิมแพ็ค คูลิโนวา โดยบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด 12. บริษัท วัน พิษณุโลก จำกัด 13. บริษัท ซี แวลู จำกัด (มหาชน) และ 14. บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท็อปส์)

Demo Day จึงไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงาน แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับภาคธุรกิจ นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีได้รับการทดสอบ ขยายผล และพัฒนาไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเข้าถึงทุนสนับสนุนจากภาครัฐและการลงทุน จาก VC และ CVC ในอนาคต โดย 3 นวัตกรรมเด่น คว้ารางวัล AGROWTH 2026 ประกอบไปด้วย

1. Best Performance และ Popular Vote So Mush: นวัตกรรมหัวเชื้อเห็ดเหลวบริสุทธิ์พร้อมใช้ในรูปแบบถุงน้ำเกลือ ช่วยลดการปนเปื้อน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุน

2. 1st Runner-Up Pure Plus: จุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้เทคโนโลยีพลาสมาพลังงานต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม

3. 2nd Runner-Up LOCOL: สารเสริมอาหารสัตว์จากของเสียโกโก้ ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในกระเพาะวัวและลดการปล่อยก๊าซมีเทน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอกจากนี้ ยังมีอีก 9 นวัตกรรมเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกเพื่อแก้โจทย์สำคัญของภาคการเกษตร ครอบคลุมตั้งแต่
การจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ฟาร์มอัจฉริยะ การตรวจวัดคุณภาพผลผลิต สุขภาพสัตว์ การบริหารจัดการน้ำและดิน ไปจนถึงระบบการผลิตที่ควบคุมด้วย AI ได้แก่

1. 1-MCP: เทคโนโลยีชะลอการสุกของพืชด้วยการยับยั้งการทำงานของเอทิลีน ช่วยชะลอการนิ่มและการเสื่อมสภาพ ยืดอายุการเก็บรักษาได้ 7–20 วัน

2. DoFarm: ระบบบริหารจัดการฟาร์มด้วย IoT และ AI ตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์และคาดการณ์ผลผลิต พร้อมแจ้งเตือนความผิดปกติล่วงหน้า

3. Durian Maturity Scanner (DMS): เทคโนโลยีตรวจวัดความแก่ทุเรียนแบบไม่ทำลายผล ด้วย NIR Spectrometer และ AI วิเคราะห์ค่า %Dry Matter เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนอย่างแม่นยำ

4. ImmureBoost: สารเสริมอาหารสำหรับสุกรจากเทคโนโลยีแอนไทเซนส์เสถียรและแมกนีเซียมนาโนคริสตัล เพื่อช่วยป้องกันและยับยั้งเชื้อไวรัส ASF

5. KLORA Flower Boost: ผงฟู่ยืดอายุดอกไม้ด้วยนาโนเทคโนโลยี ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย คงสีดอกไม้ให้สดใส และยืดอายุได้นาน

6. Moo Moo Feed: อาหารสัตว์หมักชนิดเม็ดสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง ด้วยเทคโนโลยีการหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหารและลดต้นทุนอาหารสัตว์

7. SAP: สารกักเก็บความชื้นในดิน ช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำ ลดการใช้น้ำและปุ๋ย และเพิ่มความทนทานของพืชต่อสภาวะ
แห้งแล้ง

8. DELTA-E: ชุดตรวจสารฆ่าแมลงแบบพกพาด้วย Biomarker สำหรับคัดกรองการปนเปื้อนสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมตในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

9. BrainMushGrow: ระบบเพาะเลี้ยงเห็ดอัจฉริยะด้วย IoT, Automation และ AI ควบคุมสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มผลผลิต ควบคุมคุณภาพ และลดการใช้พลังงานและแรงงาน

ภายในงานยังมีกิจกรรม Networking เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงานพันธมิตร และผู้ที่สนใจเทคโนโลยีการเกษตร ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อผลักดันนวัตกรรมจากการพัฒนาและทดสอบไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง

“ทั้งนี้ การเร่งสร้างการเติบโตของผู้ประกอบการภายใต้ AGROWTH 2026 มุ่งสนับสนุนอย่างครบวงจร ทั้งการเข้าถึงเงินทุน การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และการเชื่อมโยงกับพันธมิตรและภาคธุรกิจเกษตร พร้อมเปิดโอกาสให้นำเทคโนโลยีไปทดสอบและพัฒนาร่วมกับผู้ใช้งานจริง เพื่อพิสูจน์ศักยภาพและต่อยอดสู่ตลาด โดย NIA มุ่งหวังให้ทั้ง 12 ทีมสามารถก้าวจากนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ สู่การขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว และร่วมยกระดับภาคการเกษตรไทยให้มีประสิทธิภาพ แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร: 02-017 5555 ต่อ 213 093-015 7925 (ศิราณี มั่งจิตร) เว็บไซต์: https://agrowth.nia.or.th/

- Advertisement -