KS Daily View 28.09.2026 >>> น้ำท่วมกดตลาดระยะสั้น ผสานภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ เน้นรอย่อสะสมหุ้นพื้นฐานดี กรอบ SET วันนี้ที่ 1,590 – 1,620 จุด แนะนำ CPALL, ADVANC

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index แกว่งในกรอบ 1,580-1,630 จุด หลังสัปดาห์ที่ผ่านมา SET กลับมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้แรงหนุนจาก Fitch ปรับ Outlook ไทยจาก Negative เป็น Stable ตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค. ที่แข็งแกร่ง และแรงซื้อ DELTA ตามการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีโลก อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ–อิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญ หนุนความเสี่ยงราคาน้ำมันฟื้นตัว และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ, USD, Bond Yield ส่วนปัจจัยในประเทศต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจกดดัน Sentiment ระยะสั้น โดยสถิติน้ำท่วมไทยปี 2549-67 กระทบ SET เฉลี่ยราว -1% ในช่วง 1 เดือนหลังเกิดเหตุการณ์ โดยเราคาดผลกระทบรอบนี้จำกัด จึงมองการย่อตัวเป็นโอกาสทยอยตั้งรับ สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ ติดตาม ISM/PMI, ตัวเลขจ้างงาน และอัตราว่างงาน สหรัฐฯ และ US PCE/Core PCE ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางนโยบาย Fed ดังนั้นกลยุทธ์สัปดาห์นี้จึงเน้นหุ้นที่แนวโน้มกำไรเติบโตดีและมีความเสี่ยงต่ำ โดยเลือก ADVANC, BCH, CPALL และ STECON เป็นหุ้นเด่นประจำสัปดาห์

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,607.63 จุด +0.32% แรงซื้อมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และรับเหมาฯ ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,590–1,620 จุด ตอบรับจิตวิทยาเชิงลบในระยะสั้นจากสถานการณ์น้ำท่วมไทยในช่วงสุดสัปดาห์ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ดังนั้นกลยุทธ์เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมจำกัด โดยวันนี้แนะนำ CPALL, ADVANC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ฝนตกหนักและน้ำท่วมกรุงเทพฯ ต่อเนื่อง 2 วัน กระตุ้นให้ประชาชนเร่งกักตุนอาหาร น้ำดื่ม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จนร้านสะดวกซื้อหลายสาขาสินค้าหมดและยังเติมสต๊อกไม่ได้ แม้ผู้ผลิตยืนยันว่ากำลังผลิตไม่สะดุด โดยคาดว่าปัญหาจะกระทบระยะสั้นราว 2–3 วัน และมีสาเหตุหลักจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและการซื้อเกินความจำเป็น ดังนั้นประเมินระยะสั้นเป็นบวกต่อยอดขายกลุ่มค้าปลีกและอาหารสำเร็จรูป เช่น CPALL, CPAXT, BJC, TFMAMA โดยแนะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
  2. ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ โดยเชื่อว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจกำลังได้ผล ขณะที่กลุ่มฮูตีส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย ส่วนอิหร่านยืนยันจะไม่เปิดเสรีการเดินเรือตราบใดที่มาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมยังดำเนินอยู่ เพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยืดเยื้อ ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP จากแนวโน้มราคาน้ำมันและค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น แต่กดดันกลุ่มสายการบิน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้างจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
  3. รัฐบาลเตรียมสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนละ 50,000 บาท พร้อมเปิดทางขายไฟส่วนเกินคืนรัฐ เพื่อลดค่าไฟและสร้างรายได้ระยะยาว ควบคู่กับส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าพลังงาน ขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 จะพยุงกำลังซื้ออีก 2 เดือนโดยใช้งบคงเหลือ 4.6 หมื่นล้านบาท และไม่กระทบวงเงินเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น GUNKUL แต่ต้องติดตามหลักเกณฑ์ขายไฟคืน อัตรารับซื้อ และกรอบงบประมาณ
  4. ไทยเร่งเจรจา FTA ไทย–อียู ซึ่งคืบหน้าแล้วกว่า 2 ใน 3 และเตรียมเจรจารอบชี้ขาดวันที่ 28 ก.ย. พร้อมรื้อฟื้น CEPA ไทย–UAE หลังหยุดชะงักกว่า 3 ปี โดยทั้งสองข้อตกลงจะช่วยขยายการส่งออก ดึงดูด FDI และกระจายตลาดไปยังยุโรปกับตะวันออกกลาง แต่ยังต้องหาข้อสรุปในประเด็นอ่อนไหวด้านเกษตร ยา และกฎระเบียบ ประเมินเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่มส่งออกอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และนิคมอุตสาหกรรม เช่น CPF, TU, DELTA, KCE, HANA AMATA และ WHA แต่ผลต่อกำไรจะเกิดชัดหลังการเจรจาเสร็จและความตกลงมีผลบังคับใช้

Daily pick

CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท

  • SSSG เชิง QTD คาดประมาณ 1-2% สูงกว่า +0.8% ใน 2Q69 จากวันหยุดยาว ความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น และยอดขายของสาขาในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ยังคงแข็งแกร่ง
  • สัดส่วนสินค้าที่ดีขึ้นและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงช่วยหนุนอัตรากำไร ขณะที่การนำเสนอสินค้าที่คุ้มค่าและแคมเปญส่งเสริมการขายจะช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขาย
  • การขยายสาขายังคงเป็นไปตามแผนที่ประมาณ 700 สาขาต่อปี ขณะที่สถานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมี net D/E ที่ 0.82 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 57.2 บาท และคาดว่ากำไรปี 69 จะเติบโต 9% YoY

ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท

  • ภาพธุรกิจยังมีการเติบโตแบบสม่ำเสมอ และเชื่อว่ารายได้จากธุรกิจมือถือยังน่าสนใจ สอดคล้องกับการเติบโตของเทคโนโลยียังมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว
  • กลุ่มสื่อสาร เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีตมากนัก ดังนั้นเป็นกลุ่มที่น่าสนใจหากราคาหุ้นย่อตัว
  • ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการย่อตัวจนส่งผลให้ Valuation กลับเข้าสู่ระดับที่น่าลงทุนมากยิ่งขึ้น และหนุนให้ Dividend Yield ขึ้นสู่ระดับ 4.8% อยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันจันทร์ ติดตาม ยอดขายรถยนต์ของไทย เดือน ส.ค. และ ดัชนี MPI ของไทย เดือน ส.ค. คาด +0.9%YoY เร่งขึ้นจาก +0.46%YoY
  • วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. , ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US จาก Conference board เดือน ก.ย. คาดที่ 89.2 จุด ลดลงจาก 89.4 จุดในเดือน ส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ย. คาด -16.5 จุด
  • วันพุธ ติดตามรายงานภาวะเศรษฐกิจของไทย เดือน ส.ค. ส่วนปัจจัยต่างประเทศเกาะติดดัชนี US PCE เดือน ส.ค. คาดทรงตัวที่ 3.7%YoY และ US Core PCE คาดที่ 3.3%YoY เช่นกัน
    2Q69 US GDP (ครั้งสุดท้าย) คาดที่ 1.5%QoQ รวมถึงสต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ และดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ก.ย. คาดที่ 50.1 จาก 49.8 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 49.3 จาก 49.0 จุด
  • วันพฤหัสบดี ติดตาม PMI ภาคการผลิตของไทย เดือน ก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย เดือน ก.ย. ส่วนด้านสหรัฐฯติดตาม ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2 แสนตำแหน่ง สูงกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 1.97 แสนตำแหน่ง, PMI ภาคการผลิตของ US เดือน ก.ย. คาดที่ 57.0 จุด, US ISM ภาคการผลิต ก.ย. คาดที่ 55.0 จาก 54.6 ในเดือน ส.ค. และยุโรปจับตา PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน ก.ย. คาดที่ 52.7 จุด
  • วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ US เดือน ก.ย. คาดเพิ่มขึ้น 9 หมื่นตำแหน่ง จาก 1.62 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 4.1% และดัชนี CPI ยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.7%YoY ส่วน Core CPI คาดที่ 2.5%YoY
- Advertisement -