TIPAK วางกลยุทธ์ Product Mix ลุยพัฒนาบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง ชูจุดยืนหุ้น “Value Stock” ปันผลโดดเด่น โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมาย 2.40-2.51 บาท
บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK ผู้นำด้านการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนผลประกอบการเติบโตระยะยาวด้วยกลยุทธ์ Product Mix และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) พร้อมเตรียมทุ่มงบลงทุน 100 ล้านบาทในปี 2570 ยกระดับโรงงานสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ปักหมุดสร้างความเชื่อมั่นในฐานะหุ้น “Value Stock” ที่มีนโยบายจ่ายปันผลโดดเด่น ด้านกลุ่มโบรกเกอร์ชั้นนำประสานเสียงให้ราคาเป้าหมายที่ 2.40 – 2.51 บาทต่อหุ้น
นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและก้าวสู่การเป็นผู้นำการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย โดยในปี 2570 บริษัทฯ ได้เตรียมงบลงทุนรวม 100 ล้านบาท สำหรับเดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิต ณ โรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรี สู่ระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งวางระบบการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารต้นทุนและความรวดเร็วในกระบวนการผลิต
“บริษัทฯ ต้องการเป็นหุ้นที่เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยชูจุดยืนเป็นหุ้นคุณค่าหรือ Value Stock ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดที่ดี ล่าสุดบริษัทฯ จึงปรับเพิ่มนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและทุนสำรองตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและสะท้อนจุดยืนของบริษัทฯ อย่างแท้จริง” นายวีรชัยกล่าว
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า TIPAK มีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยการเติบโตในปี 2570 จะได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลยุทธ์การปรับ Product Mix เพื่อเพิ่มยอดขายบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ได้แก่ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ไอร่า และ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ได้ให้ราคาเป้าหมายหุ้น TIPAK ที่หุ้นละ 2.40 บาท, 2.40 บาท, 2.40 บาท, 2.50 บาท และ 2.51 บาทตามลำดับ โดยมีปัจจัยบวกจากภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่เข้าสู่รอบการฟื้นตัว โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569–2570 อุตสาหกรรมจะเติบโต 1.5% และ 2.9% รวมถึงการลงทุนในระบบอัตโนมัติและระบบควบคุมคุณภาพแบบเรียลไทม์
ด้าน นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHSEC ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เสริมว่า ราคาหุ้น IPO ของ TIPAK ที่ 1.85 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) หลังการเสนอขาย IPO ที่ 8.63 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มี P/E Ratio ย้อนหลัง 12 เดือน (17 กันยายน 2568 – 16 กันยายน 2569) อยู่ที่ 12.35 เท่า (อ้างอิงข้อมูลจาก SETSMART) สะท้อนให้เห็นว่าราคาเสนอขายมีความน่าสนใจ มีความคุ้มค่า และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) ในอนาคต สอดคล้องกับศักยภาพการทำกำไรที่แข็งแกร่งของ TIPAK
ศิริวรรณ มีทอง เรียบเรียง
#หุ้นTIPAK #ไทยบรรจุภัณฑ์ #กล่องพัสดุ #กล่องใส่ของ









