เก่งหลังเกมส์

SET Index  +2.41 จุด +0.15%d-d ปิดที่ 1584.63 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 7.3 หมื่นล้านบาท  หลักๆ ตลาดยังรอรายงาน Fed Minutes คืนนี้ และเม็ดเงินยังคงไหลไปยังหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวก อาทิ โรงกลั่น TOP กลุ่มธนาคาร KTB, BAY, KBANK  จากมุมมองดอกเบี้ยขาขึ้น และช่วงต้นสัปดาห์ถูกขายลดสถานะออกมา ฯลฯ ในทางตรงข้ามหุ้นที่กดดัชนี คือ กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA,HANA, CCET), กลุ่ม ICT(ADVANC, TRUE) ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ

SCC +6% 

ปรับขึ้นเด่นจากมุมมองทางพื้นฐาน โดย KSS เลือกเป็น 1 ในหุ้น top picks คาดกำไรปกติ 2026-28F +110% CAGR ได้ประโยชน์เด่นจากวงจรฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนเพิ่มหลังโครงการอีเทนเริ่ม COD ใน 2H27F รวมถึง เป็นผู้เดียวในกลุ่มปิโตรเคมีที่มีการขยายกำลังการผลิต คาดปริมาณขายโตเฉลี่ย 10% ใน 2026-28F ยังแนะนำซื้อ SCC ที่ TP27F=315 บาท/หุ้น

PTTGC +1.91% 

ปรับขึ้นจาก  1)มองบวกระยะยาวต่อ JV ของ SCC เพิ่มความสามารถการแข่งขัน จากขนาดใหญ่ขึ้น +การเพิ่มสิ้นค้ามาร์จิ้นสูง หนุนได้ประโยชน์รอบอุตฯฟื้นตัวมากกว่ากลุ่ม 2) PTTGC ได้ประโยชน์ JV มากกว่าจากแผนถือหุ้น JV สูงกว่า 3) ไม่รวมผลบวก JV กำไรช่วงปี 2026-28F เติบโต CAGR +41%y-y 4) PBV 0.7 เท่า ต่ำกว่า LT AVG.  ทำให้ยังแนะนำ ลงทุน PTTGC (Trading, TP Max Con-63)

STA +5.88% , TRUBB +3.77%, NER +2.63%

กลุ่มยางปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก ราคายาง SICOM  + +3.48%d-d ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดของปี ที่ 258.7  USX / MTD

SPRC 3.18%, TOP +2.64% , BCP +0.94%, IRPC +0.66% 

กลุ่มโรงกลั่นปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก  สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวโรงกลั่น Cardon ในเวเนซุเอลา เกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้องหยุดผลิต และส่งผลต่อ supply น้ำมัน gasoline และ gasoil ภายในประเทศ KSS มองเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นใหญ่ในเวเนฯ กำลังการผลิตราว 0.31 mbd หรือราว 0.3% ของกำลังการผลิตโรงกลั่นทั่วโลก แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่ด้วยสภาวะปัจจุบันที่ supply น้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้นต่อเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง จนส่งให้คลังน้ำมัน gasoline และ gasoil ทั่วโลกต่ำกว่ากรอบล่างค่าเฉลี่ย 5 ปี และ product spread สูงกว่าช่วงสูงสุดของสงครามรัสเซีย-ยูเครน การปิดนอกแผนของโรงกลั่นในเวเนฯ จะทำให้ supply น้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้นไปอีก และเป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น 

- Advertisement -