🦠 โรคร้ายที่มักมากับ “น้ำท่วม” คนเมืองที่ไม่คุ้นกับเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะนึกไม่ถึง แต่คนต่างจังหวัดรู้ดี ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร..?

เรามาดูกัน ถ้าเจอปัญหาน้ำท่วมนานๆ ยาที่ต้องมีติดบ้านคือ “ยาแก้น้ำกัดเท้า” ตลับสีฟ้า ส่วนใหญ่ คือ ยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์ (Whitfield’s Ointment) ผลิตโดยหน่วยงานสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลต่างๆ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตมาเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย นอกนั้น มาดูกันว่ายังมีอะไรกันอีกบ้าง…

อาการที่ต้องระวัง • วิธีป้องกัน

โรค อาการที่ต้องระวัง วิธีป้องกัน
🔴 ไข้ฉี่หนู ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย/น่อง ตาแดง อาจตัวเหลือง เลี่ยงลุยน้ำ–โคลน ใส่รองเท้าบูท ล้างตัวทันที
🟠 อุจจาระร่วง / อาหารเป็นพิษ ถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ไข้ ดื่มน้ำสะอาด กิน สุก–ร้อน–สะอาด ล้างมือ
🟡 น้ำกัดเท้า เท้าเปื่อย คัน แดง บวม ผื่น/ตุ่มพุพอง หลีกเลี่ยงแช่น้ำนาน เช็ดเท้าให้แห้ง ใส่รองเท้าบูท
🟢 ตาแดง ตาแดง แสบ/ระคายเคือง น้ำตาไหล ล้างมือ ไม่ขยี้ตา ไม่ใช้ผ้า/ของใช้ร่วมกัน
🔵 ไข้เลือดออก ไข้สูง 2–7 วัน ปวดเมื่อย คลื่นไส้ จุดแดง/เลือดออก ป้องกันยุง กำจัดน้ำขัง ใช้ยากันยุง/มุ้ง
🟣 ไข้หวัดใหญ่/ปอดบวม ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ล้างมือ ปิดปากเวลาไอ/จาม เลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย

ข้อมูลอาการและแนวทางป้องกันข้างต้นสอดคล้องกับคำแนะนำของกรมควบคุมโรคสำหรับพื้นที่น้ำท่วม

⚠️ “ไข้ฉี่หนู” ต้องจับตาเป็นพิเศษ
เชื้อสามารถปนเปื้อนใน น้ำและดินโคลนจากปัสสาวะสัตว์ โดยเฉพาะหนู และเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุตา จมูก และปากได้

หลังลุยน้ำ 1–2 สัปดาห์ หากมีไข้สูง + ปวดศีรษะ/ปวดเมื่อย/ปวดน่อง → รีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสโคลน เพราะการรักษาเร็วช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

🛡️ 5 กฎป้องกันโรคหลังน้ำท่วม
1. เลี่ยงลุยน้ำ หากไม่จำเป็น
2. ต้องลุย → รองเท้าบูท + ถุงมือ
3. มีแผล → ปิดด้วยวัสดุกันน้ำ
4. สัมผัสน้ำท่วม → รีบล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด
5. อาหาร/น้ำ → “สุก ร้อน สะอาด” CDC

ที่มา: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; CDC; WHO
ธณพงศ์ มีทอง เรียบเรียง

#น้ำท่วม #google #ยาขี้ผึ้งวิทฟิลด์

 

 

- Advertisement -