นายเคนอิจิ ยามาโตะ และผู้บริหารระดับสูงในงานสัมมนาใหญ่ Krungsri Business Forum 2026 ถอดรหัสธุรกิจไทยรับมือความท้าทายยุคใหม่

กรุงศรี จัดงานใหญ่ “Krungsri Business Forum 2026” ชี้ทิศทางธุรกิจไทย เร่งสร้างขีดความสามารถใหม่รับมือ AI และภูมิรัฐศาสตร์โลก

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ประกาศจัดงานสัมมนาธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “Krungsri Business Forum 2026: The Business Battlefield” ระดมผู้กำหนดนโยบาย ภาครัฐ ผู้นำธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ร่วมถอดรหัสความท้าทายในสมรภูมิการค้ายุคใหม่ มุ่งหนุนภาคธุรกิจไทยปรับกลยุทธ์จากการแข่งด้วยต้นทุน สู่การสร้าง “ขีดความสามารถใหม่ (Capability Advantage)” พร้อมรับมือความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี AI และกติกาการค้าคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ผู้นำธุรกิจในยุคนี้จึงต้องเปลี่ยนคำถามจากการปกป้องสิ่งที่มีอยู่ มาเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันภายใต้กติกาโลกใหม่ ทั้งนี้ กรุงศรีพร้อมเคียงข้างในฐานะ Trusted Partner ผ่านยุทธศาสตร์ ‘ONE Krungsri’ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ผสานกับเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นโอกาสและการเติบโตที่ยั่งยืน
ในบทปาฐกถาพิเศษ Thailand’s Next Competitive Advantage: Turning Global Challenges into National Opportunities โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เน้นย้ำถึงทิศทางสำคัญของประเทศไทย ดังนี้:
  • เปลี่ยนผ่านโมเดลการแข่งขัน: ปรับเปลี่ยนจากความได้เปรียบด้านต้นทุน (Cost Advantage) ไปสู่ความได้เปรียบด้านขีดความสามารถ (Capability Advantage) ผ่านการลงทุนในนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์
  • ยกระดับผ่าน “Thailand Square”: เชื่อมโยงการศึกษา การพัฒนาทักษะ การวิจัย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความเชี่ยวชาญระดับบุคคล (Individual Mastery) ไปสู่ “ความเชี่ยวชาญของประเทศ (National Mastery)”
  • ปักหมุดพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์: สร้างยุทธศาสตร์ชาติที่ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้ไทยเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในเศรษฐกิจโลก
ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาในหัวข้อ Thailand’s Future Economy: The Next Growth Engine in the Fragmented World โดยระบุว่า AI คือพลังขับเคลื่อนผลิตภาพ (Productivity Engine) สำคัญของเศรษฐกิจ โดยต้องขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “เอกชนนำ รัฐสนับสนุน” เพื่อยกระดับประเทศไทยจากการเป็นเพียงเป้าหมายการลงทุน ไปสู่การเป็นผู้ใช้ประโยชน์จาก AI อย่างแท้จริง ผ่านการขับเคลื่อน 3 ด้านหลัก:
  1. ประคองเศรษฐกิจปัจจุบัน (Stabilize Today): รักษารากฐานอุตสาหกรรมเดิมให้ปรับตัวได้
  2. เร่งเปลี่ยนผ่าน (Transition Now): เพิ่มขีดความสามารถและทักษะแรงงานไทย
  3. ลงทุนเพื่ออนาคต (Invest for Tomorrow): กระจายโอกาสการลงทุนและสร้างอุตสาหกรรมใหม่

ในเวทีเสวนา “The War Room: Geopolitics, Power and the New Rules of Competition” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์แนวโน้มสงครามการค้าและการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Economic Decoupling & Friend-shoring)

วิทยากรทั้งสองท่านชี้ให้เห็นว่า ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัวรองรับห่วงโซ่อุปทานที่กระจายตัวมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานเชิงระบบ ทั้งกฎหมาย กฎระเบียบ ทักษะแรงงาน และระบบสนับสนุนการลงทุน เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอีก 10 ปีข้างหน้า

3 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแห่งอนาคต

สัมมนาครั้งนี้ได้เจาะลึก 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย:

1. ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารสู่ Global Food Innovation Hub

  • ผู้ร่วมเสวนา: ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ (สอวช.), คุณสุจริต มัยลาภ (ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ดโซลูชั่น), ดร. คริส ออร์แรน (ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป) และคุณดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
  • สาระสำคัญ: ผลักดันไทยจาก Kitchen of the World สู่ Global Food Innovation Hub โดยประยุกต์ใช้ Biotechnology, Precision Fermentation และ AI เปลี่ยนสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ (Commodity) ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง หนุน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าอาหารโลก
2. โครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำและดิจิทัล
  • ผู้ร่วมเสวนา: ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี (ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี), ดร. วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู (กระทรวงพลังงาน), คุณเลอบุญ อุดมทรัพย์ (กรมชลประทาน), คุณจีน มอนสัน (MUFG) และคุณประกอบ เพียรเจริญ (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
  • สาระสำคัญ: ชี้ว่า พลังงานสะอาดที่มั่นคง โครงข่ายดิจิทัลรองรับ Data Center, Smart Grid และการบริหารจัดการน้ำ คือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งกรุงศรีและ MUFG พร้อมสนับสนุนเครื่องมือทางการเงินและการระดมทุน (Project Finance) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว
3. ทรานส์ฟอร์มอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ Future Mobility Hub
  • ผู้ร่วมเสวนา: คุณโคจิ อิวานามิ (ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย), คุณวรวรรณ นรสุชา (BOI) และคุณโคเฮอิ โอโมริ (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
  • สาระสำคัญ: การเปลี่ยนผ่านจาก Automotive สู่ Mobility ยุคใหม่ ซึ่งครอบคลุมมากกว่า EV แต่รวมถึงระบบเชื่อมต่อ (Connectivity), ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ และ Semiconductor โดยเน้นยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยให้เชื่อมต่อกับ Supply Chain ยานยนต์ระดับโลก เพื่อคงความเป็นศูนย์กลางยานยนต์แห่งอนาคตของอาเซียน

#BAY #google #วิเคราะห์หุ้น

#KrungsriBusinessForum2026
#กรุงศรี #ธนาคารกรุงศรีอยุธยา #เศรษฐกิจไทย
#ธุรกิจไทย #ข่าวเศรษฐกิจ

- Advertisement -