คาด SET Index แกว่งตัว รอรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก.ย. คืนนี้
SET วันนี้คาด “แกว่งตัวในกรอบ” แนวรับ 1,566 / 1,560 แนวต้าน 1,581 / 1,585
ปัจจัยมหภาคผสมผสาน ปัจจัยบวกคือ US Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.21% (ต่ำสุดในรอบราว 1 สัปดาห์) หลัง John Williams ประธาน Fed สาขา New York (Voter) มองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปี 2026 ซึ่งอาจเพียงพอแล้ว โดยตลาดให้น้ำหนักกับรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) เดือน ก.ย. ที่จะประกาศคืนนี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ US$106/bbl เนื่องจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
ขณะที่ฝั่งเอเชีย กลุ่มชิปและ Semiconductor ระยะสั้นถูกแรงกดดันหลังบริษัทจีน CXMT เผยความคืบหน้าเทคโนโลยี 4F² DRAM เพิ่มความกังวลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรม Memory Chip มองเป็นจิตวิทยาลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทย แต่ผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานยังจำกัด. ส่วนภายในประเทศ Fund Flow ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ มูลค่า 7.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางและกรุงเทพฯ มีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่การประชุม World Bank–IMF มีจิตวิทยาบวกโดย IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2026 เป็น 2.1% จากเดิม 1.9% ใกล้เคียงกับประมาณการของ Krungsri Research ที่ 2.1% และ Consensus ที่ 2.0–2.3% ส่วนปี 2027 คาด GDP ไทยเติบโต 2.1%
หุ้นธีมเด่นวันนี้
1.) กลุ่มได้จิตวิทยาบวกจาก Bond Yield ปรับลดลง: อาทิ การเงิน MTC, SAWAD โรงไฟฟ้า GULF, BGRIM ชิ้นส่วน DELTA, KCE
2.) หุ้นรับกระแสไทยเจ้าภาพประชุม World Bank-IMF: ท่องเที่ยว AWC, ERW, CENTEL สนามบิน AOT
3.) กลุ่ม Energy Supercycle: ปิโตรเคมี PTTGC โรงกลั่น TOP ฯลฯ
KSS Alpha Espresso Picks: MTC, GULF (Bond Yields ปรับลง), BDMS (คาดกำไร 3Q26 โต y-y, q-q)
Key Factors:
(*/-) War/Oil: สงครามตะวันออกกลางผันผวน โดยความขัดแย้งระหว่างซาอุฯ-กลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงและกำลังขยายตัว หลังฮูตีโจมตีสนามบินนานาชาติ King Khalid ราคาน้ำมันดิบ Brent เช้านี้อยู่เหนือ 106 เหรียญฯ +/- เป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่ม Energy
(*/+) Fed Speaks: John Williams ประธาน Fed สาขา New York (Voter) มองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปี 2026 ซึ่งเพียงพอหนุน US Bond Yields ชะลอตัวลง
(*/+) IMF World GDP: IMF ปรับเพิ่ม GDP โลกปี 2026 ขึ้นเป็น 3.1% (เดิม 3.0%) ปี 2027 คงที่ 3.4% หนุน AI CAPEX และ Tech Export กลุ่มประเทศที่ถูกปรับเพิ่ม GDP คือ ยุโรป, ญี่ปุ่น, อินเดีย, เกาหลีใต้, ไทย ฯลฯ ส่วนประเทศที่ถูกปรับลง คือ จีน ฯลฯ
(*/-) Chip Stocks: หุ้น Memory เกาหลีใต้ร่วงลงแรง SK Hynix -10.0%, Samsung -4.5% และ KOSPI -5.4% หลังจีน CXMT เผยความคืบหน้าเทคโนโลยี 4F² DRAM เพิ่มความกังวลการแข่งขันในอุตสาหกรรม Memory Chip มองเป็นจิตวิทยาลบระยะสั้นต่อหุ้นชิ้นส่วนไทย แต่ผลกระทบพื้นฐานจำกัด เนื่องจากบริษัทในไทยผลิต DRAM น้อย
(+) TH Flood: สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางและ กทม. มีสัญญาณดีขึ้น 1. ปริมาณน้ำในเขื่อนของพื้นที่ภาคกลางลดลงเหลือ 84% (จากจุดสูงสุด 91%) 2. เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำเหลือ 1,900 ลบ.ม./วินาที จากจุดสูงสุด 2,500 ลบ.ม./วินาที สะท้อนความเสี่ยงน้ำท่วมเริ่มลดลง เป็นบวกต่อ SET ที่ดัชนียังต่ำกว่าช่วงก่อน กทม. น้ำท่วมปลาย ก.ย. 2026
(*) To monitor: 1) สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน 2) 14 ต.ค. เงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ 3) ไทยเป็นเจ้าภาพงาน World Bank-IMF บวกหุ้นท่องเที่ยว, ธนาคาร, Infra Tech 4) 14-21 ต.ค. กำไร 3Q26 กลุ่มธนาคาร นำโดย TISCO จับตาผลกระทบน้ำท่วมต่อคุณภาพสินทรัพย์
Technical Focus 14 ตุลาคม 2569
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “แกว่งตัวในกรอบ เน้นแนวรับ 1,566/1,560 แนวต้านจำกัด 1,581/1,585” กราฟ SET เกิด Technical rebound ไม่ผ่านแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10 วัน จึงย่อตัวลงปิดในลักษณะ Stick sandwich ต่ำกว่าแนวเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น / ระยะกลาง ทุกเส้น ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคส่วนใหญ๋ยังมีสัญญาณเชิงลบต่อเนื่อง อาทิ Modified stochastic, RSI และ MACD ที่ติดลบต่อเนื่อง ส่วน Volume ยังคงมีภาพชะลอตัวลงต่อเนื่องเช่นกัน จึงให้น้ำหนัก SET แกว่งตัวอยู่ในกรอบจำกัด โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,566 /1,560 จุด และวางแนวต้านจำกัดไว้ที่บริเวณ 1,581 / 1,585 จุด
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้น และ ระยะกลาง เน้น Trading / ขายทำกำไรเมื่อไม่ผ่านแนวต้าน
2.) นักลงทุนระยะยาว ยังแนะนำถือลงทุน
เก็งกำไร
- PTTEP เป้าหมาย 153.0 / 157.5 แนวรับ 149.0 จุดตัด 147.0
- GLOBAL เป้าหมาย 6.85 / 7.05 แนวรับ 6.55 จุดตัดขาดทุน 6.40
- WHA เป้าหมาย 5.30 / 5.35 แนวรับ 4.96 จุดตัดขาดทุน 4.90
- SJWD เป้าหมาย 10.30 / 10.60 แนวรับ 9.90 จุดตัดขาดทุน 9.70
Depositary Receipts (DR)
KO80 เป้าหมาย 3.08 / 3.12 แนวรับ 2.94 จุดตัดขาดทุน 2.88
KSS Commodities Update – 14-ต.ค.-26
- น้ำมันดิบ Brent -0.90%DoD ปิดที่ US$ 105.69/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas +0.43%DoD ปิดที่ US$ 94.14/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle +1.02%DoD ปิดที่ US$ 153.1/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX +3.66%DoD ปิดที่ US$3.283/MMBtu
- น้ำตาล +1.25%DoD ปิดที่ 21.11Cent/lb
- ถั่วเหลือง -0.31%DoD ปิดที่ 1283.75 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม +4.71%DoDปิดที่ 4398Myr/mt
- ยาง TOCOM +0.15%DoD ปิดที่ 460.5JPY/kg
- เหล็กเส้น 0.00%DoD ปิดที่ 478 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI -1.79% ปิดที่ 2801 จุด
- ราคาแร่เงิน -1.83% ปิดที่ 59.1546 US$/Oz
- ราคาทองคำ -0.28% ปิดที่ 4160.74 US$/Oz
- ราคาบิทคอย +0.43% ปิดที่ 83343.73 USD









