GULF ตั้งบริษัทย่อย “กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์” ทุน 1 ล้านบาท ถือหุ้น 70% โครงการ GEDC01 ขนาด 100 เมกะวัตต์ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ “บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ จำกัด” (GEDC) ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท โดยเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 100 ผ่าน บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งเพื่อต่อยอดการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเตรียมเข้าลงทุนสัดส่วนร้อยละ 70 ใน โครงการ กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ 01 (GEDC01) กำลังการผลิตไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัล
ตามหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ CS32/2569 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 การจัดตั้ง บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ จำกัด (GEDC) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบริษัทโฮลดิ้งในการเข้าลงทุนและถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาและให้บริการศูนย์ข้อมูล รวมถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้บริการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล
การจัดตั้ง GEDC จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดการลงทุน โดย GEDC จะเข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 70 ใน โครงการ กัลฟ์ เอดจ์ ดาต้า เซนเตอร์ 01 (GEDC01) ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ รวมถึงทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งในการรองรับการลงทุนและพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูลอื่นๆ ภายใต้กลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต
ก่อนหน้านี้ กลุ่ม GULF มีการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูลผ่าน บริษัท จีเอสเอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (GSA Holdings) ในสัดส่วนร้อยละ 40 มีขนาดกำลังการผลิตรวมประมาณ 70 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย:
- โครงการจีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 01 (GSA 01) ขนาดไม่เกิน 25 เมกะวัตต์
- โครงการจีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 02 (GSA 02) ขนาดไม่เกิน 38 เมกะวัตต์
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ระบุถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานว่า บริษัทฯ มีนโยบายมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ปัจจุบัน การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในภาคธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการด้านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยศูนย์ข้อมูลถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักที่รองรับการใช้งานดังกล่าว ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง ขณะที่ GULF มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจพลังงาน จึงมีศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการประสานประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) ระหว่างธุรกิจพลังงานและธุรกิจศูนย์ข้อมูลของกลุ่มบริษัทฯ
การจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ดังกล่าว ไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่มีนัยสำคัญตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 45/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญ แต่เป็นการได้มาซึ่งเงินลงทุนในบริษัทอื่น อันส่งผลให้บริษัทนั้นมีสภาพเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ทำให้ GULF มีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การเปิดเผยสารสนเทศและการปฏิบัติการใด ๆ ของบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2569









